Thai PBS
วันนี้ (2 เม.ย.2569) The Korea Times รายงาน สถานการณ์ความมั่นคงทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์โลกทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อ 2 ผู้นำจากประเทศพันธมิตรสำคัญอย่างเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ต่างออกมาแสดงจุดยืนที่สะท้อนถึงความรุนแรงของวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ฝั่งของเกาหลีใต้ ปธน.อี แจมยอง ได้ใช้เวทีการแถลงงบประมาณ ณ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปรียบเทียบสถานการณ์ปากท้องของประชาชนในขณะนี้ว่าไม่ต่างจาก "สภาวะสงคราม" อันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานที่ลุกลามมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง งบประมาณฉบับพิเศษ "เขื่อนกันคลื่น" ทางเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ในการแถลงต่อรัฐสภาวันนี้ ปธน.อี แจมยอง ได้เรียกร้องให้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 26.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 570,000 ล้านบาท) อย่างเร่งด่วน โดยระบุว่านี่ไม่ใช่เพียงฝนที่ตกลงมาแล้วผ่านไป แต่คือพายุลูกใหญ่ที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน จะยุติลงในวันพรุ่งนี้ แต่การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางเพื่อให้กลับมามีเสถียรภาพนั้นยังต้องใช้เวลาอีกนาน รายละเอียดของงบประมาณฉบับนี้ประกอบด้วย มาตรการเยียวยาด้วยเงินสดจำนวน 4.8 ล้านล้านวอน ให้แก่ประชาชนประมาณ 35.8 ล้านคน จัดสรรงบ 5 ล้านล้านวอนเพื่อตรึงราคาเชื้อเพลิงและบริหารจัดการความเสี่ยงในการจัดหาแนฟทา รวมถึงอีก 1.9 ล้านล้านวอนเพื่อสนับสนุนการจ้างงานและกลุ่มสตาร์ตอัปรุ่นใหม่ ผู้นำเกาหลีใต้ย้ำว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบาย "ไม่อดทน" (Zero-tolerance) ต่อการกักตุนสินค้าหรือการฉวยโอกาสทำกำไรเกินควรในช่วงวิกฤต พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้ประหยัดพลังงาน เช่น การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ทรัมป์ตำหนิเกาหลีใต้ "ไร้น้ำใจ" ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ณ กรุงวอชิงตัน ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในระหว่างงานเลี้ยงอาหารกลางวันเนื่องในเทศกาลอีสเตอร์ โดยพุ่งเป้าโจมตีเกาหลีใต้และชาติพันธมิตรอื่น ๆ อย่างดุเดือด โดยระบุว่าเกาหลีใต้ "ไม่มีน้ำใจ" ต่อสหรัฐฯ ในภารกิจรักษาความปลอดภัยทางทะเลที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์กล่าวเน้นย้ำด้วยความไม่พอใจว่า จะปล่อยให้เกาหลีใต้จัดการเอง เพราะเขาไม่เคยช่วยอะไรเราเลย ทั้งที่เรามีทหารอเมริกันถึง 45,000 นาย ที่ต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ใกล้กับกองกำลังนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ทรัมป์ยังตำหนิไปถึงญี่ปุ่นและจีน โดยระบุว่าชาติเหล่านี้พึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซถึงร้อยละ 90 ควรเป็นหน้าที่ของประเทศเหล่านี้ที่จะส่งกองเรือรบไปคุ้มครองเรือสินค้าของตนเอง แทนที่จะรอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว ทรัมป์ยังส่งสัญญาณชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป หากประเทศที่ได้รับผลกระทบต้องการน้ำมัน ก็ควรหันมาซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ หรือไม่ก็บุกไปที่ช่องแคบแล้วเอามา ท่าทีที่แข็งกร้าวนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่พันธมิตรหลายชาติปฏิเสธคำร้องขอของทรัมป์ในการส่งความช่วยเหลือทางเรือเพื่อออกลาดตระเวนในพื้นที่ขัดแย้ง วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของเกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่กำลังชะลอตัวอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤตที่ยากจะเยียวยา โดยรัฐสภาเกาหลีใต้คาดว่าจะมีการลงมติเห็นชอบงบประมาณฉบับสภาวะสงครามนี้ในวันที่ 10 เม.ย. เพื่อใช้เป็นเขื่อนกันคลื่นพิทักษ์เสถียรภาพของประเทศต่อไป อ่านข่าวอื่น : อัปเดตราคาน้ำมัน 3 เม.ย.หลังขึ้นดีเซลลิตรละ 3.50 บาท พรีเมียม 4 บาท เบนซิน-โซฮอล์ 70 สต. อังกฤษนำทัพ! นัดถก 30 ชาติ วางโรดแมปเปิด "ฮอร์มุซ" อีกครั้ง ครบ 1 ปีสงครามภาษีสหรัฐฯ กับ 4 แรงกระแทกใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลก
Go to News Site