Thai PBS
วันนี้ (3 เม.ย.2569) ท่ามกลางหมอกควันสีขาวขุ่นที่ปกคลุมเมืองเชียงใหม่ สถานการณ์มลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM 2.5 ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย และกำลังกลายเป็น "เพชฌฆาตเงียบ" ที่มุ่งเป้าทำลายสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างรุนแรง ข้อมูลล่าสุดจากการรายงานของภาคประชาชนผ่านแพลตฟอร์ม C-Site ระบุว่า ผู้สูงอายุจำนวนมากในเขตตัวเมืองและชานเมืองเชียงใหม่กำลังตกอยู่ในสภาวะลำบาก เนื่องจากสภาพร่างกายที่ถดถอยทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากฝุ่นมากกว่าคนวัยอื่นหลายเท่าตัว ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวจากศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกมาให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าตกใจว่า การสัมผัสฝุ่น PM 2.5 สะสมเป็นเวลานานในผู้สูงอายุ ไม่ได้ส่งผลแค่ระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคในระบบสำคัญของร่างกายอย่างครบวงจร ตั้งแต่โรคภูมิแพ้ หอบหืด และโรคถุงลมโป่งพองที่อาจกำเร็บเฉียบพลัน ไปจนถึงโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบและหลอดเลือดสมองอุดตันอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ งานวิจัยล่าสุดยังพบความเชื่อมโยงที่น่ากลัวระหว่างฝุ่นพิษกับภาวะสมองเสื่อม โดยอนุภาคขนาดเล็กสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นการเสื่อมสภาพของเซลล์สมองได้โดยตรง รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการเกิดเซลล์มะเร็งปอดในระยะยาวหากได้รับฝุ่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ความช่วยเหลือในเชิงรุกกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้อีกต่อไป ในการตอบโต้ภาวะวิกฤตนี้ นักข่าวพลเมืองจากมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ (FOPDEV) ได้ผนึกกำลังกับอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (อสส.) ลงพื้นที่ปูพรมในชุมชนต่าง ๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่ เพื่อนำหน้ากากอนามัยที่ได้รับจากการบริจาคผ่านแพลตฟอร์ม "เทใจ" (Taejai.com) ไปมอบให้ถึงมือผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบ นอกจากการแจกจ่ายอุปกรณ์แล้ว ทีมอาสาสมัครยังทำหน้าที่เป็นครูฝึก สอนวิธีการสวมใส่หน้ากากที่ถูกต้องเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกรองฝุ่น และเน้นย้ำให้กลุ่มเป้าหมายงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิดในช่วงที่ค่าอากาศยังอยู่ในระดับสีแดง แม้จะมีความพยายามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณหน้ากากมาตรฐาน N95 ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการกรองฝุ่น PM 2.5 ยังคงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของจำนวนผู้สูงอายุในเชียงใหม่ที่มีสัดส่วนสูงขึ้นทุกปี มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุจึงขอเชิญชวนผู้ที่มีกำลังร่วมสนับสนุนผ่าน "โครงการกองทุนฉุกเฉิน ช่วยเหลือผู้สูงวัยประสบภัยพิบัติ" บนแพลตฟอร์มเทใจ หรือสามารถส่งสิ่งของบริจาคโดยตรงไปยังสำนักงานมูลนิธิฯ ในเชียงใหม่ เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้กับผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ นวัตกรรมการช่วยจับคู่ "ผู้ให้" และ "ผู้รับ" สำหรับผู้ที่ต้องการส่งความช่วยเหลือจากพื้นที่อื่นแต่กังวลเรื่องความซ้ำซ้อน ขณะนี้ทีม WARROOM ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม "ยิ้มสู้ แมชชิ่งอาสา" ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ระหว่างผู้บริจาคและหน่วยงานอาสาสมัครที่อยู่หน้างานจริง ระบบนี้จะช่วยบริหารจัดการทรัพยากรให้ถึงมือผู้สูงอายุที่เดือดร้อนที่สุดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เพื่อให้มั่นใจว่าทุกหยดน้ำใจที่ส่งมาภาคเหนือจะถูกนำไปใช้กู้ลมหายใจให้กลุ่มวัยเก๋าได้อย่างตรงจุดที่สุดในวิกฤตควันไฟปี 2569 นี้ อ่านข่าวอื่น : ฮ่องกงอ่วม! น้ำมันพุ่งทุบสถิติโลกแกลลอนละ 15 ดอลลาร์ หรือ 150 บาท/ลิตร “หมู ไก่ ไข่ไก่” ไม่ขาดตลาด “ค้าภายใน” ยันราคาปรับสูงเพราะอากาศร้อน บาห์เรนเสนอ UNSC "ใช้ทุกวิธี" ปกป้องเรือผ่านฮอร์มุซ เตรียมโหวตเช้า 4 เม.ย. บังกลาเทศ ลดชั่วโมงทำงาน ประหยัดพลังงาน ท่ามกลางวิกฤตจากการสู้รบ
Go to News Site