โหนกระแส
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งทั้ง 35 คน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันที่ 6 เมษายนนี้ บัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 161 กำหนดว่าก่อนเข้ารับและ ปฏิบัติหน้าที่ รัฐมนตรีจักต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” เพื่อมิให้ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้งหมด จักต้องกล่าวถ้อยคำตามที่ระบุไว้ให้ถูกต้อง ไม่ตกหล่น หรือตกแต่งเติมเสริมถ้อยคำอื่นใดเพิ่มให้เป็นอื่นนอกเหนือจากนี้ การถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น จะต้องกระทำต่อเบื้องพระพักตร์ของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นการเฉพาะ ถือเป็นการปฏิบัติสืบทอดมาจากพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อครั้งอดีต เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงเป็นองค์พระประมุขแห่งราชอาณาจักรไทยตามรัฐธรรมนูญ ด้วยการเปล่งถ้อยคำตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งหมดเท่านั้น ถ้อยคำและความที่กล่าวในการถวายสัตย์ปฏิญาณปัจจุบัน คือการยืนยันและให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดี ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประชาชน รักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ การที่มีประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีแล้วแต่รัฐมนตรีใหม่ผู้ใดยังไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ในทางกฎหมายถือว่า ผู้นั้นยังเป็นรัฐมนตรีที่ไม่สมบูรณ์ ยังใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีไม่ได้ […]
Go to News Site