Thai PBS
ปั่นข้อมูลตายทิพย์ เมื่อปี 2565 ว่าเป็นศพชายนิรนามลอยติดอยู่กลางลำน้ำเมย ที่ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ตรงข้ามเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา มีเอกสารประจำตัวผู้เสียชีวิต ระบุชื่อ “ไซมูน” (U Sai Moon) อายุ 39 ปี ชาวไทใหญ่ ชาวเมืองตองยี มีตำหนิแผลเป็นบนคิ้วด้านขวา บิดาชื่อ “ไซปั่น” พบสมุดลายมือภาษาไทย ลวงเจ้าหน้าที่ให้ไขว้เขวว่า คือ “หนูเฉิน”หรือ ฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ซึ่งหลบหนีคดีไปเมียนมา แต่ในที่สุดวันนี้ (7 เม.ย.2569) ก็ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย จากฐานข้อมูลเดิมของสำนักป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส) หนูเฉิน หรือ “ฐปนันท์”มีเชื้อชาติเมียนมา ต่อมาได้สัญชาติไทย ใช้ชื่อใหม่หลายชื่อ แม้ก่อนหน้านั้นจะมีการสร้างข่าวว่า “ตายทิพย์” ในลำน้ำเมย แต่หน่วยงานความมั่นคง มั่นใจมาตลอดว่า เขายังมีชีวิตอยู่ และยังคงสั่งการขนยาเสพติดเข้าไทย แต่ได้หลบหนีการจับกุมคดียาเสพติดจากไทยไปยังเมียนมา เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว และล่าสุดถูกทางการเกาหลีใต้ควบคุมตัว “หนูเฉิน” หรือ ฐปนันท์ เกี่ยวพันกับคดีขนไอซ์ 1.5 ตัน ซุกซ่อนในรถพ่วง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจห้วยระอุ อ.แม่สอด จ.ตาก ตรวจพบเมื่อปี 2562 มี “หลิน ชาล์” ผู้ต้องหาในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นเครือข่ายสำคัญที่ร่วมก่อเหตุ และพบเส้นทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดเชื่อมโยงกัน จากข้อมูลพบว่า พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติคนนี้ มีหมายจับจำนวน 66 คดี ทั้งคดียาเสพติดล็อตใหญ่และการฟอกเงินผ่านเครือข่ายร้านทอง ทำให้เจ้าหน้าที่ยังคงกัดไม่ปล่อย แลสามารถจับ กุมตัวได้ในประเทศเพื่อนบ้านและส่งกลับไทยในที่สุด หากพลิกแฟ้มคดีเครือข่ายยาเสพติด “หนูเฉิน” ฐปนันท์ ข้อมูลจากป.ป.ส.ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2563 เจ้าหน้าที่ได้จับกุม “เกิดชนะ มินา” ผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับได้ ขณะลักลอบเข้ามาที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดย “เกิดชนะ” รับสารภาพว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของยาเสพติด และเป็นนายทุนตัวการสำคัญระดับสั่งการ คือ ฐาปนันทน์ หรือหนูเฉิน ธรรมรัตน์ธาดา ซึ่งเป็นเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันตก โดย หลิน ชาล์ คนสนิทของ “ฐาปนันทน์” ทำหน้าที่ด้านการเงินให้กับเครือข่าย เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน สามารถออกหมายจับ “บุคคลทั้งสอง” ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด เลขที่ 116/2563 และเลขที่ 117 /2563 ลงวันที่ 18 พ.ย.2563 ตามลำดับ ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 6 และ มาตรา 8 ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 โดยหลิน ชาล์ มีหน้าที่ดูแลเรื่องเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด มาเช่าเปิดเป็นโรงค้าไม้ได้ 2 ปี จากนั้นเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดอลลาร์ โดยส่งเป็นพัสดุและโอนกลับประเทศเมียนมา ตรวจสอบประวัติทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนหลักพันล้านบาท เคยโอนเงินไปธนาคารเมียนมาแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีการจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 10 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน คือ นายหนูเฉิน และนายยง วงศ์สว่างกุล ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เคยสืบสวนสอบสวนกรณีเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด “ฐปนันท์” หรือหนูเฉิน และรับไว้เป็นคดีพิเศษที่ 212/2565 ข้อหาฟอกเงินด้วยการนำเงินที่ได้จากการซื้อขายยาเสพติดมาซื้อทองคำจากร้านทองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและในพื้นที่จังหวัดชายแดนติดกับประเทศเมียนมา เพื่อให้สะดวกต่อการนำไปใช้หมุนเวียนในการขยายกระบวนการค้ายาเสพติดหรืออาชญากรรมอื่น และสามารถจับตัวผู้ต้องหาในคดีนี้ได้ 1 คน แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันกระทำการรับโอน หรือเปลี่ยนสภาพเงิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อซุก ซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทําความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน หรือกระทําด้วยประการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออําพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจําหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดอันเป็นการร่วมกันกระทําความผิดฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ไปส่งยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ต่อมา พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองคดียาเสพติดทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ การสอบสวนเสร็จสิ้นมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวม 4 ราย คือ เกิดชนะ ,หลิน ชาล์,ยง วงศ์สว่างกุล และหนูเฉิน” หรือ ฐปนันท์ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว “เกิดชนะ”ได้แล้ว ส่วนที่เหลือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขออนุมัติต่อศาลอาญาออกหมายจับไว้แล้ว ทั้งนี้ จับกุมครั้งนี้เกิดจากการขยายผลคดีไอซ์ 1.5 ตัน ที่ด่านตรวจห้วยระอุ อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ปี 2562 อีกทั้งหมายจับอื่นๆ อีกจำนวน 66 หมายจับ ไม่ว่าจะเป็นคดียาเสพติดล็อตใหญ่และการฟอกเงินผ่านเครือข่ายร้านทอง เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานเกือบ 3 ปี จนสามารถแกะรอยและตามจับกุมตัว “หนูเฉิน” หรือฐปนันท์ ได้ในประเทศเพื่อนบ้านและส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยได้ในที่สุด...ถือเป็นการอวสานของพ่อค้ายาข้ามชาติไปอีกคนหนึ่ง อ่านข่าว ยาบ้า ไอซ์ ทะลัก
Go to News Site