Thai PBS
วันนี้ (7 เม.ย.2569) พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (JIC) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และประเด็นศูนย์สแกมอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ในพื้นที่ช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ในพื้นที่ที่ทหารไทยเข้าควบคุม และวางรั้วลวดหนาม ตามถ้อยแถลงร่วม หรือ JS หลังเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชาเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งฐานสแกมเมอร์แห่งนี้ เป็นแหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ถูกระบุว่า เป็นภัยคุกคามระดับโลก บริเวณพื้นที่โอร์เสม็ด ใกล้กับช่องจอม ซึ่งภายในพื้นที่มีอาคารกว่า 160 หลัง แบ่งโซนออกเป็น A ถึง G ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยสามารถควบคุมได้ โดยได้เข้าไปสำรวจพื้นที่โซน E ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ใช้สำหรับการหลอกลวงนานาชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, เวียดนาม หรือยุโรป ภายในอาคารจะมีการติดแผ่นป้ายระบุเวลาการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มงานในเวลา 21.00-03.00 น. เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกลวง จะอยู่ฝั่งทวีปยุโรป และอเมริกา นอกจากนี้ยังพบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับบทสนทนา เพื่อให้สแกมเมอร์พูดตามสคริปต์ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งมีทั้งภาษาจีน, ญี่ปุ่น, เวียดนาม และภาษาอังกฤษ โดยรูปแบบการหลอกมีหลายรูปแบบทั้งรูปแบบการปลอมเป็นทหารพิเศษ, การหลอกผู้ประกอบการร้านค้า, การหลอกให้รักแล้วลงทุน, หลอกเชิญชวนทำธุรกิจ หรือการซื้อขายแบบออนไลน์ รวมถึงมีเอกสารที่สอนการหลอกผู้เสียหาย สำหรับผู้เสียหายที่เคยถูกหลอกมาแล้วอีกด้วย สำหรับในพื้นที่โซน E ส่วนใหญ่จะเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานสแกมเมอร์ชาวจีนหลากหลายบริษัท เพื่อใช้หลอกลวงคนจีนด้วยกัน, คนเวียดนาม, อเมริกา หรืออินเดีย ซึ่งแต่ละห้องในอาคารจะมีโต๊ะทำงาน, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, เอกสารที่ใช้ในการหลอกลวง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์สัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยในเกือบทุกห้องทำงานของสแกมเมอร์ จะมีการติดตั้งกลองสะบัดชัยสีแดงขนาดใหญ่ ตรงกลางสลักภาพลายมังกรสีแดง ที่อนุมานได้ว่า เมื่อสามารถหลอกลวงผู้เสียหายได้ จนได้ยอดเป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะมีการลั่นกรองเอาฤกษ์เอาชัย ซึ่งเกือบทุกห้องทำงานจะมีการติดโลโก้บริษัท พร้อมมอตโต้การทำงาน เชิงประมาณว่า "ประสิทธิภาพของฝ่ามือ จะพิสูจน์คุณค่าการดำรงอยู่ของคุณ" หรือมีการติดสุภาษิตจีน เชิงปลุกใจว่า "ถ้าเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง เราสามารถกำหนดโชคชะตาของเราได้" นอกจากนี้ยังพบห้องคุมขังของสแกมเมอร์ที่ไม่สามารถทำยอดให้เข้าเป้าได้ ต้องถูกนำตัวมาคุมขัง ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่โซน E มีจำนวน 12 ห้อง โดยภายในห้องจะมีอุปกรณ์ทรมาน และมีความคับแคบ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมกับมีการติดกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวตลอดเวลาอยู่ภายในห้อง ส่วนชั้นบนของอาคารเดียวกัน จะเป็นสถานที่ทำงานของระดับผู้บริหารคอลเซนเตอร์ ก่อนหน้านี้แหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์แห่งนี้ มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งภายในพื้นที่จะมีทั้งร้านค้า หรืออ่างอบนวด รวมไปถึงยังมีโรงพยาบาลภายในเป็นของตัวเอง ชื่อว่า โรงพยาบาล Zhong NAN Hospital โดยภายในโรงพยาบาลมีทั้งห้องจ่ายยา, ห้องปรึกษาแพทย์, ห้องเอกซเรย์ รวมไปถึงห้องผ่าตัด โดยมีอุปกรณ์ครบครัน ส่วนใหญ่คาดว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ ใช้รักษาเฉพาะชาวจีนเท่านั้น เนื่องจากภาษาภายในโรงพยาบาลมีแต่ภาษาจีน รวมถึงแพทย์ที่มาประจำการก็เป็นชาวจีน ข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานที่ตั้งทางทหาร รวมถึงเป็นสถานที่ใช้ปล่อยโดรนพลีชีพ ในช่วงของการสู้รบที่ผ่านมาด้วย นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีโซน Entertainment Complex ที่มีทั้งกาสิโน, คาราโอเกะ, อ่างอบนวด, โรงแรม และสถานที่ขายบริการทางเพศ ซึ่งภายในห้องมีการจำลองเตียงเป็นเวทีมวย, กรงนก โดยในพื้นที่นี้จะถือเป็นเขตหวงห้าม อนุญาตให้เฉพาะนักธุรกิจ, หรือระดับบอสชาวจีน เข้ามาสังสรรค์เท่านั้น ส่วนสแกมเมอร์ไม่มีสิทธิเข้าพื้นที่ อ่านข่าว : ป.ป.ส. รวบตัว "หนูเฉิน" เอเย่นต์ยาเสพติด หลังหนีไปเกาหลี ศาลสั่งจำคุก "สนธิ ลิ้มทองกุล" 4 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นฯ "ธนกร นันที" ผอ.ปรมน.สั่งย้าย หัวหน้ากองบริหาร กอ.รมน.นราธิวาส ปมให้ยืมรถหลวง โยงคดียิง "สส.กมลศักดิ์"
Go to News Site