Thai PBS
วันนี้ (8 เม.ย.2569) AlJazeera รายงาน โลกกำลังจับตามองก้าวย่างสำคัญของการทูตระดับโลก หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลง "หยุดยิงชั่วคราว" เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อลดอุณหภูมิความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงจนเกือบจะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ข้อตกลงประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการพักรบเท่านั้น แต่ยังมีเงื่อนไขทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก โดยอิหร่านตกลงที่จะกลับมาเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" หลังจากที่ก่อนหน้านี้เส้นทางดังกล่าวถูกปิดกั้นหรือเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตี จนส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างรุนแรง การเจรจาสันติภาพที่ปากีสถาน ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญคือการเจรจาเพื่อหา "ข้อตกลงสันติภาพฉบับถาวร" ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มต้นขึ้นในวันศุกร์นี้ ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน (10 เม.ย.) โดยรัฐบาลปากีสถานได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามจากนานาชาติในฐานะผู้เล่นหลักที่ช่วยอำนวยความสะดวกและเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง 2 มหาอำนาจที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันมาอย่างยาวนาน ทางด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล ได้แสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่าเขาสนับสนุนการตัดสินใจของ ปธน.ทรัมป์ ที่ระงับการโจมตีอิหร่าน และสนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะขจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการก่อการร้ายจากอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูได้สร้างดอกจันตัวใหญ่ ๆ ว่า "ข้อตกลงหยุดยิงนี้ไม่ครอบคลุมถึงเลบานอน" ซึ่งในขณะนี้กองทัพอิสราเอลยังคงดำเนินการบุกภาคพื้นดินและปะทะกับกลุ่มเฮซบอลลาห์ที่อิหร่านหนุนหลังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอิรัก ได้ออกมาขานรับข่าวนี้เช่นกัน โดยเน้นย้ำว่าทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงที่จะรักษาสัญญา เพื่อหลีกเลี่ยงวงจรการล้างแค้นและมุ่งสู่การเจรจาที่มีวุฒิภาวะ อียิปต์-UN ขอบคุณทุกฝ่าย อียิปต์ ในฐานะพี่ใหญ่ในกลุ่มอาหรับ มองว่านี่คือ "โอกาสทอง" ที่จะต้องคว้าไว้ เพื่อเปลี่ยนเสียงปืนให้เป็นเสียงของการสนทนา พร้อมระบุว่าข้อตกลงใด ๆ ในอนาคตจะต้องคำนึงถึงความมั่นคงของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (Gulf Nations) เป็นสำคัญ ส่วนอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่าย โดยเฉพาะปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดการหยุดยิงเพื่อคุ้มครองชีวิตพลเรือนและลดความทุกข์ทรมานของมนุษย์ เสียงสะท้อนจากเอเชีย-โอเชียเนีย ทางฟากฝั่งเอเชีย ญี่ปุ่นและมาเลเซีย ต่างมองว่าความสงบในตะวันออกกลางคือความมั่นคงทางพลังงานของโลก ส่วนอินโดนีเซียได้ใช้โอกาสนี้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของ UN ชาวอินโดนีเซีย 3 คนที่เสียชีวิตจากการระเบิดในเลบานอนเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่าการเคารพอธิปไตยและการทูตคือทางออกเดียวที่ยั่งยืน ปิดท้ายด้วยออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่ต่างออกแถลงการณ์ร่วมชื่นชมผลลัพธ์นี้ โดย นายกฯ แอนโทนี อัลบานีซ ของออสเตรเลีย ระบุชัดเจนว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานก่อนหน้านี้ได้สร้าง "แรงช็อก" ต่อราคาเชื้อเพลิงทั่วโลก ซึ่งหากสงครามยืดเยื้อ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะรุนแรงจนยากจะเยียวยา ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์นี้จึงเป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" ของบททดสอบที่ยากยิ่งกว่า นั่นคือการเปลี่ยนความเชื่อใจที่เปราะบางให้กลายเป็นสันติภาพที่จับต้องได้ในการเจรจาที่กำลังจะมาถึง อ่านข่าวอื่น : “ทรัมป์” ชี้ข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน “วันสำคัญของสันติภาพโลก” พบ "เสือดำแม่ลูกอ่อน" กลางถนนป่ามรดกโลก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน “อิสราเอล” สนับสนุนหยุดยิง 2 สัปดาห์ ระบุไม่ครอบคลุม “เลบานอน” “อิหร่าน” ตอบรับข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 2 สัปดาห์ “ทรัมป์” ตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ตั้งเงื่อนไข “อิหร่าน” ต้องเปิดฮอร์มุซ ทันที
Go to News Site