Thai PBS
วันนี้ (9 เม.ย.2569) CNN รายงาน บรรดาประเทศมหาอำนาจในยุโรปพร้อมใจกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนอย่างหนักหน่วง อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่อิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายในเลบานอนเมื่อวันที่ 8 เม.ย. เป็นเรื่องที่ "ผิดมหันต์" พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์การอพยพครั้งใหญ่ของชาวเลบานอนที่ต้องออกจากที่พักอาศัยหนีตาย ซึ่งนำไปสู่หายนะทางมนุษยธรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สหราชอาณาจักรเรียกร้องให้มีการรวม "เลบานอน" เข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านโดยด่วน เพื่อหยุดยั้งความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในวงกว้าง ทางด้านฝรั่งเศส ฌ็อง-โนแอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้แสดงท่าทีประณามเช่นกัน โดยระบุว่าการกระทำของอิสราเอลเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการโจมตีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังมีความหวังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งบรรลุไปเพียงวันเดียว การโจมตีของอิสราเอลจึงเปรียบเสมือนการทำลายรากฐานของความสงบสุขที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสยังคงกดดันไปยังฝั่งอิหร่านเช่นกัน โดยระบุว่าทางรัฐบาลเตหะรานจะต้องละทิ้งโครงการนิวเคลียร์และยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนติดอาวุธอย่างเฮซบอลลาห์และฮามาส เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค นอกจากนี้ สเปนได้สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศเตรียมกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเตหะรานอีกครั้ง เพื่อฟื้นฟูช่องทางการทูตกับอิหร่าน พร้อมทั้งกล่าวหาอิสราเอลอย่างรุนแรงว่ากำลังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ขณะที่ จอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี เตือนว่าสถานการณ์ปัจจุบันกำลังหมิ่นเหม่ต่อ "จุดที่กู่ไม่กลับ" และขอให้ทุกฝ่ายมีความอดทนอดกลั้นเพื่อรักษาโอกาสแห่งสันติภาพที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือข้อพิพาทเรื่องสิทธิการเดินเรือใน "ช่องแคบฮอร์มุซ" หลังจากที่อิหร่านออกมาอ้างสิทธิเหนือน่านน้ำดังกล่าว โดยระบุว่าความปลอดภัยในการเดินทางขึ้นอยู่กับความเมตตาของอิหร่านและโอมาน ทางสหราชอาณาจักรได้ออกมาโต้แย้งในทันที โดยยืนยันว่าตามกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ ช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นทางสัญจรเสรีที่ทุกประเทศมีสิทธิใช้งาน และไม่มีรัฐใดมีสิทธิอ้างอำนาจอธิปไตยเพื่อเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือขัดขวางการเดินเรือตามใจชอบ การกระทำของอิหร่านจึงถือเป็นการ "จี้เส้นทางสัญจรโลก" ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในสายตาของประชาคมโลก ขณะที่ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ สหราชอาณาจักร ได้พบกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบียที่เมืองเจดดาห์แล้ว และคาดว่าจะได้พบกับ ปธน.ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การเยือนครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลาง อ่านข่าวอื่น : อิสราเอลระเบิดปูพรมเลบานอน ดับ "หลานชาย" ผู้นำเฮซบอลลาห์คาที่ สิงคโปร์ "ไม่เจรจา" อิหร่าน ย้ำจ่ายค่าผ่านฮอร์มุซผิดกฎหมายทะเล ปปง.ยึด-อายัดทรัพย์เครือข่าย "ยิม เลียก-เบน สมิธ" เพิ่มอีก 8,269 ล้านบาท
Go to News Site