Khaosodonline
ศรีสะเกษ เตรียมเฮกันทั้งจังหวัด เมื่อมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 52 เนื่องจากพร้อมกว่าจังหวัดอื่น หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศจังหวัดที่ยื่นความต้องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 52 ประกอบด้วย พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น ศรีสะเกษ และ ระยอง โดยเมื่อกี่วันนี้ก่อนนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยายืนยันแล้วว่าหลังจากได้รับคำแนะนำจากสมาคมลูกหนังไทย พระนครศรีอยุธยาต้องปรับปรุงหลายอย่างทั้งเรื่องสนามแข่ง ห้องแต่งตัว สนามฝึกซ้อม ทำให้พลาดการเป็นเจ้าภาพแน่นอนแล้ว จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เหลือเพียง 3 จังหวัดที่จะได้รับหน้าเสื่อ ซึ่งเมื่อมองภาพรวมศรีสะเกษมีความได้เปรียบมากที่สุด เพราะเป็นจังหวัดที่เคยได้จัดแข่งฟุตบอลระดับนานาชาติในช่วงปฏิทินฟีฟ่าแมตช์ที่ทีมชาติไทยรับการมาเยือนของเติร์กเมนิสถานเมื่อปีพ.ศ.2565 (2022) และทีมชาติไทยเป็นฝ่ายเฉือนชนะ 1-0 จากการทำประตูของอดิศักดิ์ ไกรษร ขณะที่จังหวัดขอนแก่นที่เสนอตัวและจะใช้สนามอบจ.ขอนแก่น อาจต้องมีต่อเติมหรือปรับปรุงเพิ่ม เช่นเดียวกับสนามกีฬากลางจ.ระยอง เมื่อมองจากภาพรวมศรีสะเกษเป็นจังหวัดเดียวที่มีความพร้อมและประสบการณ์มากที่สุดในการเป็นเจ้าภาพคิงส์คัพครั้งที่ 52 โดยก่อนหน้านี้ “สส.โต้ง”สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษยืนยันว่าสนใจจริง และสนใจมาหลายปีแล้วอยากเห็นฟุตบอลทีมชาติไปจัดการแข่งขันตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ และยังมั่นใจว่าศรีสะเกษมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นเจ้าภาพได้ สส.โต้ง เคยกล่าวว่า “ทันทีที่เห็นข่าวได้ให้สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษดำเนินการเตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับยื่นสมัครเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ […]
Go to News Site