Thai PBS
วันนี้ (16 เม.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการ 2-3 เรื่อง คือการดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์พยายามดูแลคือสินค้าควบคุมและสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น ซึ่งหากมีการขยับราคาจะต้องควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกลไกที่เป็นธรรมกับทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันจะนำสินค้าราคาพิเศษภายใต้โครงการไทยช่วยไทย ซึ่งได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นมาร่วมกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังขยับ SMEs เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มการขาย ผ่านการค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมศักยภาพ SMEs ขณะเดียวกันจะดูแลเรื่องการส่งออกที่ขณะนี้เกิดความชะงักงันจากวิกฤตตะวันออกกลาง ทำให้ส่งออกได้ยากขึ้น จึงต้องหาตลาดเพิ่มเติม นางศุภจี กล่าวอีกว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (16 เม.ย.) จะเชิญกระทรวงอุตสาหกรรมมาหารือเรื่องสถานการณ์เม็ดพลาสติก พร้อมเชิญผู้ประกอบการที่มีความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิล ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะวางโครงสร้างในระยะยาวด้วย จากนั้นจะเชิญนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง รมช.มหาดไทย และผู้ที่ดูแลกรมพัฒนาชุมชน มาหารือเรื่องการกระจายตัวสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งต้องอาศัยแรงของท้องถิ่นทั้งอำเภอและตำบล เพื่อให้สามารถต่อยอดสินค้า SMEs รวมถึงเป็นการขยายโครงการไทยช่วยไทยให้ครอบคลุมได้ทั่วประเทศอย่างมียุทธศาสตร์สำคัญร่วมกัน ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการตั้งที่ปรึกษา นางศุภจี กล่าวว่า ในมุมของการทํางานมีหลายมิติ อย่างด้านการส่งออกจะเน้นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ได้ทํางานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพราะมองว่าภูมิรัฐศาสตร์กับภูมิเศรษฐศาสตร์ต้องประสานกันไป "ประเทศไทยต้องเข้าใจว่าตลาดไหนที่ไทยมีโอกาส ตลาดไหนควรระวังและตลาดไหนต้องปรับตัวอย่างไร ดังนั้นการมีที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะภูมิภาค เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีน ที่มีการประกาศแผนเศรษฐกิจ 5 ปี มีความซับซ้อนน เราจึงต้องปรับตัวอย่างยิ่ง และต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยเราในเรื่องสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลัก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับอินเดีย เพราะถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านยุโรปที่จะช่วยเรื่องการเจรจาทางการค้า เราจึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายที่ช่วยดูในเรื่องนั้นๆ" รมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี จะเป็นเรื่องสินค้าเกษตร การดูแลภายในประเทศ โดยจะมีทั้งนายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงยังมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูปและเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหลากหลายมุมเพื่อช่วยเติมนโยบาย เพราะไม่สามารถจะตอบโจทย์ที่มีหลากหลายมิติได้ด้วยตัวเอง พร้อมย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์มีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการคือเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งปัจจุบันกรมการค้าภายในมีกําลังคนไม่เพียงพอ จึงต้องปรับทีมภายใน โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งข้าราชการที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถตอบสนองและดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งมีการปรับทั้งในกระทรวงและทีมที่ปรึกษา เพื่อให้ครบถ้วนมากขึ้น อ่านข่าว คุมเข้มรับซื้อปาล์ม ป้องกดราคา พาณิชย์ สั่งเช็กลานเท–โรงงานทันที เปิดลงทะเบียน 16-19 เม.ย.รับเงินช่วยเหลือค่าน้ำมัน 3 กลุ่ม เช็กเงื่อนไข-หลักเกณฑ์ ขึ้นทะเบียน “ปลาสลิดบ้านแพ้ว” สินค้า GI ใหม่สมุทรสาคร ต่อยอดสู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน
Go to News Site