Thai PBS
เป็นอีกประเด็นร้อนของกองทัพเรือ เมื่อธงชาติไทยหายจากเสาธงในพื้นที่ยุทธศาสตร์รูปตัวยู (U) บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านผักกาด จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการระบุข้อมูลว่า ถูกทหารเขมรลักปลดลงไป ทำให้มีการตั้งคำถามต่อกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) หรือ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน (ฉก.นย.)ว่า ปล่อยให้เหตุ การณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยเหตุเกิดในวันที่ 18 เม.ย. 2569 บริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี บริเวณที่ชายแดนระหว่างสองประเทศมีลำธารธรรมชาติ เป็นเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจน ซึ่งหน่วยในพื้นที่ได้เชิญธงผืนใหม่ขึ้นทดแทนทันที หลังพบเหตุและได้เพิ่มการลาดตระเวนตามถนนเลียบแนวชายแดน และติดตั้งลวดหนามหีบเพลงในจุดเสี่ยงเพิ่มเติม ในขณะที่นายทหารระดับสูงของฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และทางหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน(ฉก.นย.)จันทบุรี ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและหาหลักฐานผู้กระทำการดังกล่าว ซึ่งโฆษกกองทัพเรือ ยืนยันว่า หากตรวจพบการรุกล้ำอธิปไตยของกำลังทหารฝ่ายตรงข้าม จะดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมอย่างเด็ดขาด วันนี้ ( 21 เม.ย.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า จากการรายงานของผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) ได้คุยกับผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่3 ส่วนหน้าของกัมพูชาแล้ว และได้รับการยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำแน่นอน ไม่ได้รุกล้ำแผ่นดินไทย เพราะเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนเสาธงของประเทศไทย จึงสั่งตรวจสอบไปแล้วว่าใครทำ เมื่อถามว่าเราให้น้ำหนักหรือเชื่อคำพูดของฝ่ายกัมพูชามากน้อยแค่ไหน พลโทอดุลย์ กล่าวว่า ก็เขายืนยันว่า เขาไม่ได้ทำ ผมไม่ได้เชื่อหรอก แต่เราต้องตรวจสอบดู ซึ่งไม่มั่นใจว่าเกิดจากคนหรือว่าลมพัดแรง เพราะติดตั้งไว้นาน อันนี้ไม่แน่ใจต้องตรวจสอบ…แต่เมื่อผบ.ภูมิภาคที่3 ส่วนหน้าของกัมพูชาเขายืนยันมาแบบนั้น เราก็เชื่อในขั้นต้นก่อน ส่วนกรณีที่ชาวจันทบุรีโพสต์ภาพเชือกถูกตัด พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ใช่ ยืนยันว่า เราไม่ได้เชื่อกัมพูชาอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้เชื่อ และเรามีทหารเฝ้าพื้นที่และยืนยันว่า และเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ชายแดนปัญหาเกิดขึ้น เราก็ต้องแก้ไป ส่วนจะเป็นสัญญาณการขยับของทหารกัมพูชา หรือไม่เพราะในชายแดนด้านอื่นทหารกัมพูชาก็ลุกเข้ามาประชิดแนวไทย พลโทอดุลย์กล่าวว่า มันเป็นไปตามสถานการณ์ในพื้นที่ ...สิ่งสำคัญคือ เราต้องให้กำลังใจกัน มีอะไรกันก็ต้องสอบถามกันและให้กำลังใจทหารในพื้นที่ ที่เขาพูดมาก็เป็นข่าวสารระดับหนึ่ง ขอให้ใจเย็นๆและให้กำลังใจน้อง ๆ ทหารชายแดน” พล.ท.อดุลย์ กล่าว เมื่อทั้งรมว.กลาโหมและโฆษกกองทัพเรือ ต่างยืนยันในเบื้องต้นว่า กัมพูชาอ้างว่าไม่ได้ทำ จึงมีคำถามสำคัญว่า เช่นนั้นแล้วเป็นฝีมือของใคร? ขณะที่นายสีศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ระบุในเรื่องเดียวกันสั้นๆว่า ขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความในเรื่องดังกล่าว บางช่วงตอนไว้อย่างน่าสนใจว่า ...ในอดีตเขมรเคยขุดตัดแผ่นดินไทยให้น้ำในลำห้วยไพลินไหลผ่านกลางพื้นที่นี้ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นพื้นที่ของเขมรไปชั่วระยะหนึ่ง โดยบริเวณนี้จะอยู่ในพื้นที่ของจันทบุรี ทางใต้ของด่านบ้านผักกาด เส้นเขตแดนช่วงนี้จะถูกตัดจากเนิน 574 ลงมาตามร่องเขามายังหลักเขตแดนที่ 68 ที่อยู่บริเวณที่มีห้วยไพลินไหลผ่านห้วยน้ำนี้ไหลผ่านไปเมืองไพลินของกัมพูชา ห้วยน้ำนี้ถูกใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดน จนไปถึงเนิน 918 ซึ่งไกลออกไปมาก ฝ่ายกัมพูชา มีการขุดร่องน้ำใหม่ตัดเข้าตรงกลางพื้นที่รูปตัวU ทำให้น้ำไหลผ่านร่องที่ขุดขึ้นใหม่ ส่วนโค้งน้ำเดิมนั้น น้ำก็ไหลผ่านลดลงมากน้ำตื้นเขิน หลังจากนั้นบริเวณในลำห้วยเดิมที่น้ำแห้งลง กพช. ยังเคยมีการตัดถนนข้ามห้วยเพื่อเข้ามาในพื้นที่รูปตัว U ด้วย ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ เพื่อให้ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน หลังจากเกิดความตึงเครียดขึ้นในปีที่แล้ว ทางภาคประชาชนร่วมกับทหารในการทำถนนเข้าสู่พื้นที่เพื่อทวงคืนดินแดน และมีการตัดถนนจากทางใต้ของด่านบ้านผักกาด เลาะแนวชาย ผ่านป่า ลำห้วยใหญ่น้อย ไปยังบริเวณพื้นที่รูปตัว U ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตรจนแล้วเสร็จ มีการวางหินถมดินกั้นพื้นที่ที่เขมรเคยมาขุด แล้วก็ปรับสภาพให้น้ำไหลผ่านแนวเดิมของห้วยไพลิน บริเวณที่ถมและปรับพื้นที่มีการสร้างเสาธงชาติขึ้น และเพื่อเป็นการบ่งบอกว่านี่คือดินแดนไทย ยังมีการเชิญชวนประชาชนบางส่วนให้ร่วมร้องเพลงชาติและชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา เป็นภาพที่คนไทยชื่นชม จริง ๆ แล้วถนนเส้นนี้ยังทำต่อเลาะตามตามฝั่งตะวันตกของลำห้วยไพลินไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จนถึงบริเวณที่เรียกว่าห้วยตะแบง (เข้าใจว่าเส้นนี้ตัดเพื่อการตรวจตราลาดตระเวนป้องกันเขมรรุกล้ำ) รวมระยะทางทั้งหมดก็ประมาณ 30 กิโลเมตร พื้นที่รูปตัว U กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งเนื่องจากธงชาติไทยบนเสาได้หายไป ทุกคนเข้าใจว่าทหารเขมรเป็นคนเอาไป เมื่อทหารเรือไทยถามไปที่ฝ่ายเขมร เขมรก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง ความโกรธแค้นของคนไทยต่อเขมรก็มีไม่น้อย แต่ที่ไม่แพ้กันคือคำถามที่ว่า แล้วกองทัพเรือ นาวิกโยธิน ทำอะไร? สำหรับคนอื่นที่มองต่าง อาจจะมองธงชาติอาจจะเป็นผืนผ้าที่หายไป แล้วเอาไปใส่ใหม่ได้ ก็คิดได้ แต่สำหรับคนไทยหลายๆ ธงชาติคือสิ่งที่เราเชิดชู ไม่ใช่ถูกศัตรูเข้ามาหยาม ปลดเอาธงที่อยู่บนยอดเสาแล้วหายไปโดยที่ทหารไม่รู้เรื่อง หากคิดอีกมุมหนึ่ง ขนาดธงที่อยู่บนยอดเสายังไม่มีปัญญาดูแลรักษา แล้วประสาอะไรกับการที่จะดูแลผืนแผ่นดิน? งบประมาณทางทหารที่ได้ไปนั้น มันคุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนต้องเสียไปหรือไม่? เป็นคำถามจากเจ้าของเพจ ซึ่งเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่ก็ต้องการคำตอบด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากพื้นที่ระบุว่า ล่าสุดหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้เชิญธงชาติไทยผืนใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเดิมขึ้นสู่ยอดเสา หลังเกิดเหตุธงชาติหาย โดยเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ด้วยการวางลวดหนามหีบเพลง 3 ชั้น เพิ่มการลาดตระเวน กลางวัน–กลางคืน ตั้งจุดเฝ้าระวัง ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้ง CCTV ติดตั้งไฟส่องสว่าง ระบบโซลาร์เซลล์ และยืนยันพื้นที่ยังอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทย และดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อ่านข่าว ปชน.จัดทัพ รับวิกฤต ดัน “ ปชน.จัดทัพ รับวิกฤต ดัน "วีระยุทธ" หัวหน้าพรรค "ใต้ร่มเงาส้ม" ” หัวหน้าพรรค“ใต้ร่มเงาส้ม”
Go to News Site