Thai PBS
แม้หลายคนจะยืนยัน ประชุมครม.เมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.2569) ไม่มีพูดคุยเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ดูแลด้านเศรษฐกิจจากวิกฤติน้ำมันโลก และส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาล แต่น่าแปลกที่ในข่าววงในเช่นกัน อ้างว่า ในช่วงท้ายประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้กลับมอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ไปศึกษาในเรื่องรายละเอียดกับกฤษฎีกา หากจะต้องมีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน และขยายเพดานหนี้สาธารณะ จาก 70% ของจีดีพี เป็น 75% หนำซ้ำอ้างว่านายเอกนิติ ได้พูดในที่ประชุม ครม.ว่า อยู่ในวิสัยที่รัฐบาลทำได้ เนื่องจากกำลังเกิดวิกฤติพลังงานไปทั่วโลก เสมือนเป็นการแทงกั๊ก ไม่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่ สำหรับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท หลังมีข่าวอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯด้านกฎหมาย เรื่องรัฐบาลเดินหน้าออก พ.ร.ก.กู้เงิน ก่อนที่ต่อมา นายปกรณ์จะออกมาปฏิเสธ ว่าพูดในเชิงหลักการตอบคำถามสื่อเท่านั้น ยืนยันรัฐบาล ยังไม่เคยหารือกันเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี หากมองในมุมของรัฐบาล หรือพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคแกนหลักรัฐบาล ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการรักษาคะแนนนิยมที่ต่อเนื่องมาจากเลือกตั้ง สส. ยิ่งมีข้อกล่าวอ้างว่า เป็นเพียงแค่ศึกษาหารายละเอียดเอาไว้เท่านั้น เผื่อฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน จะได้ไม่สะดุด และยังมีความสำคัญในเชิงการเมือง คือทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ช่วงเลือกตั้ง โดยเฉพาะนโยบายเรือธงอย่างคนละครึ่งพลัส ที่มีเสียงเรียกร้องให้เดินหน้าเฟส 2 ต่อ และยิ่งเมื่อดูจากแนวโน้ม ที่เชื่อว่ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ต้องผลักดันสานต่อนโยบายคนละครึ่งพลัสด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีปัจจัยอะไร ที่จะทำให้ ไม่เดินหน้าในเรื่องนี้ ตามที่นายอนุทิน เคยให้สัญญาไว้ ขอโอกาสใช้หนี้อีก 2,400 บาทในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง การขยับเรื่องเตรียมพร้อม พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการขยายเพดานหนี้สาธารณะของรัฐบาล จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย แม้บางส่วน อาจมองว่า เป็นการโยนหินถามทางก็ตามที อย่างไรเสีย น่าจะมีความชัดเจนขึ้นในการประชุมครม.เศรษฐกิจนัดแรกของรัฐบาลอนุทิน 2 วันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้ ซึ่งนายกอนุทิน ย้ำว่า จะเชิญ กกร.ตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน คือสมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าหารือด้วย ทั้งจะคุยในหลายเรื่อง ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ รวมทั้งโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งปรับเปลี่ยนชื่อมาจากโครงการคนละครึ่งที่ยืมชื่อมาจากของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่ก็อาจจะเร็วกว่านั้น เพราะนายกฯได้บอกใบ้เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะมีการหารือกันก่อน แล้วจะให้นายเอกนิติ เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดทั้งในเชิงหลักการและประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชน ท่ามกลางความกระตือรือร้น ต่อเนื่องจากเป็นประธานกรรมการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมัน ของรองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง ตัวช่วยจากกลุ่ม "3 แม่ครัว" ฉะนั้น จึงจะไม่ใช่เรื่องแปลก หรือผิดคาดอะไร หากท้ายที่สุด เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท และการปรับเพดานหนี้สาธารณะ จะเป็นได้มากกว่าแค่เพียงศึกษา "ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส อ่านข่าว นายกฯ สั่ง "เอกนิติ-กฤษฎีกา" ศึกษาหากทำ พ.ร.ก.กู้เงิน-ขยายเพดานหนี้ หากเพดาน "หนี้สาธารณะ" แตะ 75% ภาระผูกมัดอะไรบ้างที่คนไทยต้องแบกรับ "ปกรณ์" เคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน แจงแค่อธิบายข้อกฎหมาย รอทีมเศรษฐกิจเคาะ
Go to News Site