Khaosodonline
รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยมีถึง 290 เสียง การเมืองที่ควรเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงกลับสะดุดหลักนิติธรรมใน 3 คดีสำคัญ เริ่มจากคดีฮั้วเลือก สว. ที่สร้างข้อกังขาให้สังคม เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ มีมติ 5 ต่อ 2 ชี้ว่า ผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไม่มีมูลความผิด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นคณะทำงานร่วม กกต. และดีเอสไอ มีความเห็นไปอีกทาง ความย้อนแย้งของกระบวนการตรวจสอบปรากฏที่มาชัด เมื่อรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีมีบุคคลสำคัญของพรรคการเมืองรวมอยู่ด้วยหลายคน การมีมติชี้ว่าไม่มีมูลความผิด ในจังหวะที่อำนาจรัฐรวมศูนย์อยู่กับฝ่ายการเมือง ย่อมถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการเอื้อประโยชน์ทางอำนาจได้โดยง่าย ถัดมา คดีที่ดินเขากระโดง ยิ่งสลับซับซ้อน เมื่อดีเอสไอมีมติไม่รับเป็นคดีพิเศษ ในกรณีออกเอกสารสิทธิทับซ้อนที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวนกว่า 4,000 ไร่ ที่มาพร้อมสัญญาณจากการรถไฟฯ ที่ชะลอการฟ้องร้องผู้บุกรุกล็อตใหม่ออกไปชั่วคราว โดยอ้างเหตุผลเรื่องความรอบคอบทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ปมที่ดินเขากระโดงยังไม่สิ้นสุด เพราะยังมีคดีในศาล ทั้งคดีแพ่ง คดีปกครอง และคดีการรถไฟดำเนินการไว้ก่อนหน้า คำชี้แจงของดีเอสไอที่ระบุเป็นเพียงการส่งต่ออำนาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงยังไม่เพียงพอจะคลายข้อสงสัยของสังคมได้ทั้งหมด คำถามสำคัญอยู่ที่ว่า ในห้วงเวลาที่รัฐบาลสีน้ำเงินถืออำนาจเต็มมือ ปมค้างคาเหล่านี้จะได้รับการเร่งคลี่คลายด้วยกระบวนการยุติธรรมโปร่งใส หรือจะปล่อยให้ยืดเยื้อ จนความคลางแคลงขยายตัว ล่าสุด กรณี […]
Go to News Site