Collector
ชายเม็กซิโกกราดยิงบนพีระมิดโบราณ "เตโอติวากัน" พบเลียนแบบคดีดังสหรัฐฯ | Collector
ชายเม็กซิโกกราดยิงบนพีระมิดโบราณ
Thai PBS

ชายเม็กซิโกกราดยิงบนพีระมิดโบราณ "เตโอติวากัน" พบเลียนแบบคดีดังสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2569 BBC รายงาน เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น ณ แหล่งโบราณคดี "เตโอติวากัน" (Teotihuacán) ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศเม็กซิโก ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม แห่งเม็กซิโก ได้แถลงยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นบนยอดพีระมิดแห่งดวงจันทร์ (Pyramid of the Moon) โดยระบุว่าผู้ก่อเหตุคือ ฮูลิโอ เซซาร์ ยาสโซ รามิเรซ (Julio César Jasso Ramírez) สัญชาติเม็กซิกัน วัย 27 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมบ่งชี้ถึงปัญหาทางจิตและได้รับแรงจูงใจที่บิดเบี้ยวจากโศกนาฏกรรมการกราดยิงที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ จากการสืบสวนเบื้องต้นโดยสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งรัฐเม็กซิโก พบว่าผู้ก่อเหตุได้พกพาอาวุธปืนพกพร้อมกระสุนจำนวนหลายสิบนัด อาวุธมีด และที่น่าตกใจคือการพบเอกสารและวรรณกรรมที่อ้างอิงถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีต โดยเฉพาะเหตุสังหารหมู่ที่โรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ในสหรัฐฯ เมื่อเดือน เม.ย.2542 พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า ขณะที่คนร้ายกำลังสาดกระสุนลงมาจากแท่นบนพีระมิด เขาได้ตะโกนอ้างถึงเหตุการณ์โคลัมไบน์ดังกล่าว ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าคนร้ายเจตนาเลือกก่อเหตุในวันจันทร์ที่ผ่านมา (20 เม.ย.) ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 27 ปีของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในสหรัฐฯ อย่างพอดิบพอดี เหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดา วัย 32 ปี ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 13 คน ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 6 ปีไปจนถึง 61 ปี โดยในจำนวนนี้มี 7 คนที่ถูกกระสุนปืนโดยตรง และรวมถึงผู้เยาว์จากประเทศโคลอมเบียและบราซิลที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน อัยการสูงสุด โฆเซ ลุยส์ เซอร์วานเตส มาร์ติเนซ เปิดเผยว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณชั่ววูบ แต่มีการวางแผนมาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากคนร้ายเคยแวะเวียนมาสำรวจพื้นที่บริเวณโบราณสถานแห่งนี้บ่อยครั้งก่อนตัดสินใจลงมือก่อเหตุในช่วงเที่ยงวันของวันที่ 20 เม.ย. ในระหว่างเหตุการณ์อันวุ่นวาย เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาดินแดนและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น ได้พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยการปีนขึ้นไปบนพีระมิดเพื่อกดดันคนร้าย คนร้ายได้ยิงปืนใส่ทั้งนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่รวมกว่า 14 นัด จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ยิงเข้าที่บริเวณขาเพื่อสยบความเคลื่อนไหว แต่ท้ายที่สุดรามิเรซได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตเพื่อหนีความผิด หลังจากการปะทะสิ้นสุดลง ทางการได้สั่งปิดแหล่งโบราณคดีเตโอติวากันซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกทันทีเพื่อเก็บหลักฐานและตรวจสอบความเรียบร้อย ปธน.เม็กซิโก กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย รัฐบาลได้ออกคำสั่งให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ณ แหล่งท่องเที่ยวและโบราณสถานทุกแห่งทั่วประเทศ โดยจะมีการติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะและเพิ่มจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าเตโอติวากันและพื้นที่สำคัญอื่น ๆ มาตรการนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเม็กซิโกกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ โดยผู้นำเม็กซิโกได้ยืนยันกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ว่าจะรับประกันความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและแฟนบอลทุกคน พร้อมทั้งให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังเม็กซิโกแล้วกว่า 16 ล้านคน ซึ่งสะท้อนว่าเม็กซิโกยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับคนทั่วโลก แม้จะเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจนี้ขึ้นก็ตาม อ่านข่าวอื่น : จับตาข่าวลือ! สื่ออิสราเอลเผย "กาลิบาฟ" วางมือทีมเจรจา สันติภาพส่อเค้าสะดุด ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล ลุ้น 10 สส.ปชน.หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ทรัมป์ประกาศ "อิสราเอล-เลบานอน" ขยายเวลาหยุดยิง 3 สัปดาห์

Go to News Site