Thai PBS
วันนี้ (27 เม.ย.2569) BBC รายงานสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และ สมเด็จพระราชินีคามิลลาแห่งสหราชอาณาจักร ได้เสด็จพระราชดำเนินถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเริ่มต้นการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ (State Visit) ระหว่างวันที่ 27 - 30 เม.ย.2569 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 19 ปีที่ประมุขแห่งรัฐของอังกฤษเสด็จฯ เยือนประเทศนี้อย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่การเสด็จฯ เยือนของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2550 การเยือนครั้งนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 250 แห่งการประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป้าหมายหลักคือการร่วมเฉลิมฉลองและยืนยันถึงสายสัมพันธ์ "ความสัมพันธ์พิเศษ" ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา จะทรงร่วมพิธีจิบน้ำชายามบ่ายเป็นการส่วนตัวกับ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ณ ทำเนียบขาว ก่อนที่ท่านประธานาธิบดีจะทรงนำเสด็จฯ เยี่ยมชมสวนเลี้ยงผึ้งที่ได้รับการปรับปรุงใหม่บริเวณสนามหญ้าด้านทิศใต้ นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะเกิดขึ้นในวันถัดมาเมื่อจะมีการจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการพร้อมการตรวจพลสวนสนามทางทหารและการยิงสลุต 21 นัด ซึ่งถือเป็นพิธีการระดับสูงสุดที่สหรัฐฯ จัดให้แก่ประมุขจากต่างประเทศ โดย ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวผ่านสื่อยกย่องสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ว่าเป็น "บุรุษผู้กล้าหาญและยิ่งใหญ่" พร้อมเชื่อมั่นว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศให้ดียิ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงได้รับเกียรติให้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมร่วมของสภาคองเกรส ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่กษัตริย์อังกฤษได้รับเกียรตินี้ ขณะที่สมเด็จพระราชินีคามิลลาจะทรงเข้าร่วมกิจกรรมด้านการศึกษาทางวัฒนธรรมร่วมกับนักเรียนอเมริกัน โดยจะมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งโลกเสมือนจริง (VR) และแว่นตาอัจฉริยะ (AI) เพื่อนำเสนอประวัติศาสตร์ที่มีร่วมกันของสองชาติ นอกจากนี้ ทั้ง 2 พระองค์จะเสด็จฯ ไปยังนครนิวยอร์กเพื่อทรงวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถาน 9/11 รำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์วินาศกรรม และพบปะกับเหล่าผู้นำทางธุรกิจ รวมถึงศิลปินในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ก่อนจะปิดท้ายการเยือนที่รัฐเวอร์จิเนียเพื่อศึกษาวัฒนธรรมชนพื้นเมืองอเมริกัน อย่างไรก็ตาม การเยือนครั้งนี้เผชิญกับความท้าทายด้านความปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุกราดยิงในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวของวันที่ 28 เม.ษ.ทำให้ทางรัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯ ต้องมีการหารือด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน แต่สำนักพระราชวังบักกิงแฮมยืนยันว่าการเยือนจะดำเนินต่อไปตามแผนเดิมเนื่องจากมีความไว้วางใจในระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นเลิศ ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นทางครอบครัวและสังคมยังคงเป็นจุดสนใจ เมื่อมีรายงานยืนยันว่าพระเจ้าชาร์ลส์จะไม่มีการพบปะกับเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนที่พำนักอยู่ในแคลิฟอร์เนีย รวมถึงการปฏิเสธข้อเรียกร้องจากสมาชิกสภาคองเกรสที่ต้องการให้พระองค์พบกับผู้รอดชีวิตจากคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีน เพื่อหลีกเลี่ยงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินอยู่ในอังกฤษซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชาของพระองค์ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 มีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังเบอร์มิวดา ซึ่งถือเป็นการเยือนดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษเป็นครั้งแรกในฐานะกษัตริย์ ก่อนจะเสด็จฯ กลับคืนสู่สหราชอาณาจักร การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ในฐานะประมุขตามโบราณราชประเพณี แต่ยังเป็นการเดินเกมการทูตที่สำคัญเพื่อประสานความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นระหว่าง 2 มหาอำนาจท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง อ่านข่าวต่อคอมเมนต์ ราคาทองคำ เช้านี้ -150 บาท “ทองแท่ง” ขายออก 72,100 บาท อัยการคดีพิเศษนัดส่งฟ้อง "แซม-มิน" คดีฉ้อโกงดิไอคอน ตร.เจอ จม.มือยิงทรัมป์ "ไม่ขอให้ใครอภัย" คาดมีแนวคิดสุดโต่งทางการเมือง
Go to News Site