Collector
กัมพูชาส่ง 634 คนไทยกลับ หลังยื้อ7 ชม. คัดกรองเข้มพบหมายจับ 2 คน | Collector
กัมพูชาส่ง 634 คนไทยกลับ หลังยื้อ7 ชม. คัดกรองเข้มพบหมายจับ 2 คน
Thai PBS

กัมพูชาส่ง 634 คนไทยกลับ หลังยื้อ7 ชม. คัดกรองเข้มพบหมายจับ 2 คน

วันนี้ (30 เม.ย.2569) หลังทางการกัมพูชาเข้าไปทลายตึกแฝด 13 ขั้นในปอยเปต และจับกุมคนไทย 634 คน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคง สำนักงานประสานงานชายแดนไทยกัมพูชา ได้ประสานทางการกัมพูชาเพื่อรับตัวคนไทยกลับประเทศ โดยนัดรับตัวคนไทยผ่านด่านปอยเปต-จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในเวลา 09.00 น. โดยฝ่ายไทยได้เตรียมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อคัดกรองคนไทยทั้งหมด บริเวณด่านฯ แต่เมื่อถึงเวลาทางการกัมพูชา ได้ขอเลื่อนจาก 09.00 น. เป็น 11.00 น. จากนั้นได้เลื่อนอีกครั้งเป็นเวลา 13.00 น. โดยให้เหตุผลว่า รถบัสรับ-ส่ง ไม่พร้อม เนื่องจากต้องไปส่งชาวจีนที่ควบคุมตัวได้ก่อน จึงต้องใช้เวลาในการหารถมารับ-ส่ง คนไทย แต่เมื่อถึงเวลา 13.00 น. ทางการกัมพูชายังไม่นำตัวคนไทยมาที่ด่าน กระทั่งเวลา 14.26 น. ทางการกัมพูชาได้นำตัวคนไทยมาที่หน้าด่าน โดยให้นั่งรสมินิบัส แต่ยังไม่ส่งตัวให้ทางการไทยทันที ให้เหตุผลอีกว่าต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาก่อน ต่อมาเวลา 16.35 น. กัมพูชาได้ผลักดันคนไทยกลับประเทศ โดยมี พล.ต.ท.ซอม วัน วี เรี๊ย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา เดินนำ ได้เดินทางเข้ามาทักทายกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย พร้อมกับจับมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย จากนั้น พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวว่า ขอให้ส่งตัวคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์กลับมาเพิ่มขึ้นอีก นอกจากนี้ทางฝั่งกัมพูชายังได้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยด้วยว่า ไม่ให้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เข้ามาพื้นที่ เพื่อสังเกตการณ์ในวันนี้ หลังช่วงเช้าวันนี้ฝ่ายกัมพูชา เห็นคณะ AOT เดินทางมาหน้าด่าน จึงได้มีการประสานงานมาเพื่อขอความร่วมมือ ซึ่งครั้งนี้เป็นคนไทยล็อตที่ 2 ที่เดินทางกลับมา หลังจากมีคนไทยล็อตแรก เดินทางกลับมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่กัมพูชาได้ขอความร่วมมือฝ่ายไทยไม่ให้มีสื่อมวลชนเข้ามารายงานข่าว ทีมข่าวได้พูดคุยกับคนไทยบางคนที่ถูกผลักดันกลับวันนี้ บางคนอ้างว่า ขณะถูกตรวจค้น ได้ถูกเจ้าหน้าที่บางคนของกัมพูชานำทรัพย์สินไป และเมื่อถามว่าเข้าไปทำงานในปอยเปตกัมพูชาได้อย่างไร บางส่วนระบุว่าเดินทางด้วยสายการบิน แม้ไทยจะมีการสู้รบ แต่ยังเดินทางไปทำงานออนไลน์ โดยอ้างว่าตึก 13 ชั้นที่ถูกบุกค้น เป็นตึกที่ทำออนไลน์เท่านั้น ไม่ใช่ตึกสแกมเมอร์ คอลเซนเตอร์ สำหรับคนไทยที่เดินทางกลับมาวันนี้ ตำรวจไซเบอร์ , ตม. , จะตรวจสอบประวัติ เคสไอดี หมายจับ และซักถามข้อมูลการเดินทางไปยังปอยเปต สถานที่ทำงาน ลักษณะงานที่ทำ หากพบมีเคสไอดี หรือหมายจับ จะส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนคนไทยที่ไม่มีหมายจับ แต่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยไม่แจ้งให้นายทะเบียน อธิบดีกรมการจัดหางาน หรือ ผู้ที่อธิบดีฯ มอบหมาย ต้องเปรียบเทียบปรับ ตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ตามมาตรา 48 โดยจะเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท ทั้งนี้คนไทย 634 คน ที่รับตัวมาวันนี้ จากการตรวจสอบพบมี 6 คน มีเคสไอดี หรือถูกแจ้งความออนไลน์ รวมทั้งสิ้น 68 เคส ในจำนวนนี้มีหมายจับ 2 คน พล.ต.ต. ฐิตวัฒน์ อธิบายว่า มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นคอลเซนเตอร์แถว 1 หรือ แถว 2 ที่มีหน้าที่โทรหลอกผู้เสียหาย จึงไม่พบการถูกแจ้งความออนไลน์ ก่อนหน้านี้หน่วยงานความมั่นคง ได้ประเมินว่า มีคนไทยติดค้างอยู่ที่ 8,000 - 9,000 คน ซึ่งยอมรับว่า เป็นกลุ่มเดียวกันกับ 600 กว่าคนที่เดินทางมาในวันนี้ ซึ่งในขณะนั้นตัวเลข 8,000 - 9,000 คน เป็นล็อตแรกที่กลับไม่ได้ แต่ในวันนี้มีเพียง 600 กว่าคน ที่สามารถเดินทางกลับมาได้ ซึ่งเชื่อว่า ตัวเลขที่ยังติดค้างอยู่ก็ใกล้เคียง 10,000 คน อ่านข่าว : กัมพูชาเตรียมส่งกลับ 635 คนไทย ทำงานคอลเซนเตอร์เมืองปอยเปต ศาลกัมพูชา พิพากษายืนจำคุก 27 ปี “เขม โสกา” อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ความผิดฐานกบฏ สกัดจับลักลอบขน "แมว-กระต่าย" ข้ามชายแดนไปกัมพูชา

Go to News Site