Thai PBS
“โครงการแลนด์บริดจ์” หรือ โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) หากสามารถลงทุนพัฒนาได้ตามเป้าหมาย จะเป็นอภิมหาเมกะโปรเจกต์ของประเทศไทย ด้วยเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 1 ล้านล้านบาท นอกจากนี้จะมีการก่อสร้างท่าเรือทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน คือ บริเวณแหลมริ่ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร และแหลมอ่าวอ่าง อ.เมือง จ.ระนอง เพื่อรองรับตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าฝั่งละ 20 ล้านทีอียู (TEU : Twenty-foot Equivalent Unit คือ หน่วยวัดความจุมาตรฐานที่ใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางเรือ เพื่อคำนวณความสามารถในการบรรทุกของเรือหรือท่าเรือ โดยอิงจากขนาดตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานความยาว 20 ฟุต 1 ตู้ เท่ากับ 1 TEU) ส่วนการพัฒนาระบบเชื่อมโยง ระยะทาง 93.9 กิโลเมตร (กม.) บนบก 89.35 กม. ในทะเล 2.15 กม. ระยะทางในทะเลสู่ท่าเรือชุมพร 2.48 กม. ประกอบด้วย ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) และรถไฟทางคู่ โครงการแลนด์บริดจ์ ประมาณมูลค่าการลงทุน 1.001 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 1.ก่อสร้างท่าเรือ มูลค่า 636,477 ล้านบาท (ท่าเรือฝั่งชุมพร มูลค่า 305,666.44 ล้านบาท รองรับสินค้า 20 ล้านทีอียู, ท่าเรือฝั่งระนอง มูลค่าลงทุน 330,810.56 ล้านบาท รองรับสินค้า 20 ล้านทีอียู) 2.การพัฒนาพื้นที่เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า (SRTO) มูลค่าลงทุนรวม 141,103.47 ล้านบาท (ฝั่งชุมพร มูลค่าลงทุน 86,397.85 ล้านบาท ฝั่งระนอง มูลค่าลงทุน 54,705.62 ล้านบาท) 3.เส้นทางเชื่อมโยงชุมพร-ระนอง ได้แก่ มอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่ มูลค่าลงทุนรวม 223,626 ล้านบาท คาดว่าเปิดให้บริการในปี 2573 และพัฒนาเต็มรูปแบบภายในปี 2582 เอกสารโครงการระบุว่า เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ลดระยะเวลาการขนส่งทางทะเล เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เชื่อมโยงกับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ภาคใต้ได้ จาก 2% เป็น 10% ต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี รวมถึงสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว เกิดการจ้างงานกว่า 2 แสนตำแหน่ง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือน มิ.ย.2569 และเร่งจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อเปิดประมูลผู้ลงทุน และก่อสร้างระยะที่ 1 ภายในปี 2573 ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ให้เกิดได้จริง เพราะถือเป็นโอกาสการสร้างรายได้ และการจ้างงาน ให้กับประเทศไทย อีกทั้งโครงการนี้ยังได้รับความสนใจจากประเทศสิงคโปร์ ส่วนความคืบหน้าโครงการฯ นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่า จะต้องมีพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) โดยจะเร่งเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือน มิ.ย.2569 บูรณาการและเร่งรัดดำเนินการออกแบบและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA และ EHIA) ร่วมกับกรมทางหลวง และการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อให้ได้ผู้ลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างระยะที่ 1 ให้ได้ภายในปี 2573 อีกทั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569 นายกรัฐมนตรีได้สั่งการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ให้เกิดได้จริง เพราะถือเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่จะนำเงินเข้าสู่ประเทศ สร้างรายได้ สร้างการจ้างงาน และนำมาสู่การพัฒนาประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามผลักดันในทุกมิติทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และกฎหมาย แต่ยังมีข้อท้วงติง และข้อกังวลจากหลายฝ่าย ทั้งประชาชนในพื้นที่ นักวิชาการ สถาบันการศึกษา เครือข่ายภาคประชาสังคม นักสิ่งแวดล้อม และสื่อมวลชน เนื่องจากเกรงว่า โครงการดังกล่าวจะไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ.... หรือ ร่าง พ.ร.บ.SEC ที่รัฐบาลจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 9 มิ.ย.2569 นี้ ร่าง พ.ร.บ.SEC คืออะไร เว็บไซต์ ILaw สรุปประเด็น ร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ.... หรือ ร่าง พ.ร.บ.SEC (2 ส.ค.2568) ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.SEC เอื้อนายทุนอุตสาหกรรมต่างชาติ ยกเว้นกฎหมายปกติ ยกเว้นภาษีอากร ในการจะก่อสร้างถนน ทางรถไฟ ท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรม ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายปกติ เพราะจะติดขัดเรื่องที่ดินที่บางส่วนเป็นของเอกชน บางส่วนเป็นพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 หรือติดขัดเรื่องการวางผังเมือง เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับอนุมติให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อการติดขัดนี้รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ ซึ่ง สนข. ได้จัดทำเป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือร่าง พ.ร.บ.SEC เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์ไปแล้วในช่วงต้นปี 2568 ตามร่าง พ.ร.บ.SEC ฉบับรับฟังความคิดเห็น เขียนเหตุผลของการเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไว้ว่า กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่นั้น ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาพื้นที่ รวมทั้งกฎหมายบางฉบับที่บังคับใช้ยังมีข้อจำกัดในการวางแผนพัฒนาและบริหารพื้นที่แบบองค์รวม การพัฒนาด้านต่าง ๆ จึงเป็นไปอย่างแยกส่วนและกระจัดกระจาย ทำให้เกิดการขาดการบูรณาการ ขาดความต่อเนื่อง ส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ดังนั้น จึงเห็นสมควรกำหนดให้มีพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ.SEC เพื่อที่จะได้มีหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ กำหนดกิจกรรมอุตสาหกรรมให้เหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่ ต่อมา วันที่ 4 พ.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลได้จัดทัพการทำงานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป โดยลงนามแต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อพิจารณาโครงสร้างในทุกมิติอย่างละเอียด ทั้งรูปแบบการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และมิติทางสังคม ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เนื่องจากผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ที่เคยมีมาในอดีตนั้น จัดทำขึ้นภายใต้บริบทโลกในรูปแบบเก่า ซึ่งมีความแตกต่างจากสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "ภูมิรัฐศาสตร์โลก" ที่มีความตึงเครียดสูงขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด วันที่ 5 พ.ค. นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์
Go to News Site