Thai PBS
วันที่ 6 พ.ค.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 ได้มีมติเห็นชอบให้วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) เป็นรายการบริการตามประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) สำหรับเด็กไทยอายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 12 เดือน เพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมค็อกคัส และการติดเชื้อนิวโมค็อกคัสแบบรุนแรง หรือ IPD ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็กเล็ก ทั้งนี้ มติดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของระบบบัตรทองในการเพิ่มสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางและมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงจากโรคติดเชื้อนี้ได้ ซึ่งการบรรจุวัคซีน PCV จะช่วยให้เด็กไทยเข้าถึงวัคซีนที่จำเป็นอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำในการป้องกันโรค และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและระบบบริการสุขภาพในระยะยาว นายพัฒนา กล่าวว่า ในส่วนรายละเอียดนั้น ที่ประชุมเห็นชอบให้วัคซีน PCV ที่จะจัดหาต้องครอบคลุมสายพันธุ์ก่อโรคหลักอย่างน้อย 10 สายพันธุ์ พร้อมกำหนดหลักการประกอบการจัดหาวัคซีน 3 ข้อ ได้แก่ จัดหาวัคซีนที่ครอบคลุมสายพันธุ์มากที่สุด ภายใต้ภาระงบประมาณที่ระบบสามารถรองรับได้, เป็นวัคซีนที่หน่วยบริการใช้ได้สะดวก โดยเฉพาะรูปแบบ 1 โดส และเมื่อคำนวณอัตราการสูญเสียตามจำนวนโดสต่อขวดแล้ว ต้องมีภาระงบประมาณน้อยที่สุด เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด โปร่งใส และคุ้มค่า นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและกลั่นกรองกรณีอุทธรณ์ พิจารณาร่างประกาศคณะกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้องกับประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุข ก่อนเสนอต่อตนในฐานะประธานบอร์ด สปสช.ลงนามต่อไป พร้อมมอบคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ จัดทำและกำกับแผนการจัดหาวัคซีนตามหลักการที่คณะกรรมการเห็นชอบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบ มีประสิทธิภาพ และทันต่อการให้บริการแก่ประชาชน ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ข้อเสนอการบรรจุวัคซีน PCV เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ ทั้งด้านประเภทและขอบเขตบริการ หลักเกณฑ์การบริหารกองทุน และด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ โดยอิงข้อมูลระบาดวิทยา ภาระโรค ประสิทธิผลวัคซีน ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และความพร้อมของระบบบริการอย่างรอบด้าน ซึ่งในทางวิชาการ วัคซีน PCV มีประสิทธิผลการป้องกันโรคปอดอักเสบและการติดเชื้อนิวโมค็อกคัสรุนแรงในเด็กเล็ก โดยคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้แนะนำให้ฉีดในรูปแบบ 2+1 คือ อายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 12 เดือน และเมื่อดำเนินการจัดซื้อรวมผ่านโรงพยาบาลราชวิถี หากราคาลดลงก็จะทำให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับในปีงบประมาณ 2569 สปสช.ได้เตรียมงบประมาณจำนวน 131 ล้านบาท เพื่อจัดหาวัคซีน PCV สำหรับกลุ่มเป้าหมายเด็กไทย จำนวน 1,251,000 โดส ส่วนปีงบประมาณ 2570 เพื่อสามารถดำเนินการต่อเนื่อง บอร์ด สปสช.ได้เสนอคำของบประมาณในการจัดหาวัคซีนฯ PCV สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 379,700 คน วงเงิน 170 ล้านบาท ขณะนี้ สปสช.ได้เร่งเตรียมความพร้อมต่าง ๆ เพื่อรองรับการดำเนินการ และประสานหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้บริการ รวมถึงประสานสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการศึกษาวิจัยและกำกับติดตามผลหลังการให้วัคซีนที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนานโยบายวัคซีนของประเทศต่อไป อ่านข่าว : คนไทยต้องได้ดู "บอลโลก" - นโยบาย Must Have ของทุกรัฐบาล ครอบครัวเยี่ยม "ทักษิณ" ครั้งสุดท้าย ก่อนพักโทษ 11 พ.ค.นี้ สธ.เฝ้าระวัง "ฝีดาษวานร" หลังช่วงเทศกาล ปี 69 ไทยพบป่วยแล้ว 48 คน
Go to News Site