Thai PBS
วันนี้ (7 พ.ค.2569) สำนักข่าวเอพี รายงานว่า การประชุมผู้นำประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จึดขึ้นในเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ประชุมเตรียมหารือถึงจุดยืน เรื่ออธิปไตย และเสรีภาพในการเดินเรือ โดยยังคงยึดมั่นในกฏหมายระหว่างประเทศ ซึ่งถูกมองว่า อาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนทางอ้อมไปยังสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบวงกว้าง สำหรับประเด็นสำคัญในร่างแถลงการณ์ คือการปกป้องเสรีภาพทางทะเล ซึ่งอาเซียนเน้นย้ำความสำคัญของการเดินเรือที่ปลอดภัยและต่อเนื่องในน่านน้ำสากล โดยเฉพาะในช่องแคบสำคัญต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการขนส่งสินค้าจำเป็น เช่น อาหารและพลังงาน จะไม่ถูกปิดกั้น ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS 1982) ส่วนแผนรับมือวิกฤตพลังงาน เตรียมอนุมัติแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือกับการขาดแคลนพลังงาน รวมถึงการเร่งให้สัตยาบันข้อตกลง แชร์น้ำมันเชื้อเพลิง ในภาวะฉุกเฉิน การพัฒนานำร่องโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน และการศึกษาการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ เจ้าภาพในปีนี้ กล่าวว่า การประชุมสุดยอดครั้งนี้ ซึ่งมีผู้นำประเทศอื่นๆ อีก 10 ประเทศ และผู้แทนระดับล่างจากเมียนมาเข้าร่วม โดยจะมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงด้านพลังงาน การจัดหาอาหาร และการคุ้มครองประชาชนในภูมิภาค รวมถึงแรงงานและลูกเรือชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่าล้านคนในตะวันออกกลาง พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีมาร์กอส ยังได้สั่งให้ลดพิธีการต่างๆ ที่เคยจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อเป็นการรับรู้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั่วโลก รายงานข่าวระบุว่า อาเซียน เป็นภูมิภาคที่มีความผันผวนแต่เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มีประชากรประมาณ 680 ล้านคน และมีประเด็นความขัดแย้งสำคัญๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงข้อพิพาททางดินแดนที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษกับจีน สงครามกลางเมือง 5 ปีในเมียนมา และความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทย และกัมพูชา เมื่อไม่นานมานี้ อ่านข่าว "สีหศักดิ์" ย้ำกัมพูชาต้องหยุดยั้งสงครามวาจา ยันพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง อาเซียนเรียกร้อง “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ใช้การทูตแก้ปัญหาความขัดแย้ง
Go to News Site