Collector
แม่ร้อง "ปวีณา" รื้อคดีสลับตัวเด็ก ตามหาลูกตัวจริงกลับคืน | Collector
แม่ร้อง
Thai PBS

แม่ร้อง "ปวีณา" รื้อคดีสลับตัวเด็ก ตามหาลูกตัวจริงกลับคืน

วันนี้ (7 พ.ค.2569) หญิงวัย 24 ปี ชาว จ.มุกดาหาร ร้องขอความช่วยเหลือผ่านมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังเชื่อว่าลูกสาวแท้ ๆ ถูกสลับตัวระหว่างการฝากเลี้ยง ตั้งแต่ยังเป็นทารก และจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าลูกแท้ ๆ อยู่ที่ไหน ผู้เสียหายอ้างว่า เมื่อปี 2565 เธอตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและแยกทางกับแฟน ก่อนจะมีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับหญิงคนหนึ่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งอ้างว่าเป็นคนรักเด็กและยินดีจะช่วยเลี้ยงลูกให้หลังคลอด เธอจึงตกลงจ้างหญิงคนดังกล่าว โดยให้ค่าจ้างเดือนละ 8,000 บาท เนื่องจากต้องไปทำงานที่ จ.ชลบุรี ระหว่างรับเลี้ยงเด็กได้ประมาณ 1 เดือน เธออ้างว่าพี่เลี้ยงคนดังกล่าวเคยแจ้งว่ามีสองสามีภรรยาต้องการรับเด็กไปเลี้ยง พร้อมเสนอเงิน 20,000 บาทให้ แต่ได้ปฏิเสธไป กระทั่งเด็กอายุได้ประมาณ 5 เดือน พี่เลี้ยงนำเด็กมาคืน อ้างว่าจะไปทำธุระ ก่อนขาดการติดต่อ ผู้เสียหายเชื่อมาตลอดว่าเด็กเป็นลูกแท้ ๆ แม้จะเริ่มสังเกตว่ารูปร่างและใบหน้าเปลี่ยนไป แต่เข้าใจว่าอาจเป็นพัฒนาการตามวัย จึงไม่ได้ติดใจ กระทั่งเมื่อเด็กอายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน มีหญิงคนหนึ่งทักข้อความผ่านเฟซบุ๊กมาหา พร้อมถามว่า "ลูกหนูสบายดีไหม อยากเห็นหน้าลูก" ก่อนจะอ้างว่าเด็กที่เธอเลี้ยงดูอยู่เป็นลูกแท้ ๆ ของตนเอง หญิงคนดังกล่าวที่ติดต่อมายังสามารถระบุชื่อเด็กได้ถูกต้อง รวมถึงส่งคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นคลิปช่วงที่พี่เลี้ยงดูแลเด็ก และเมื่อเธอสอบถามกลับว่าลูกแท้ ๆ ของเธออยู่ที่ไหน กลับได้รับคำตอบว่าไม่ทราบ เพราะพี่เลี้ยงบอกว่าผู้เสียหายเป็นญาติและต้องการมีลูก จึงนำเด็กมาให้ดูแล ดังนั้นจึงเชื่อว่าอาจเกิดการสลับตัวเด็ก หลังทราบเรื่อง ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางละมุง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2567 และนำเด็กไปตรวจ DNA ก่อนผลตรวจจะยืนยันว่า "ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน" ต่อมาตำรวจจับกุมหญิงที่รับเลี้ยงเด็ก พร้อมแจ้งข้อหา "พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร" โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 10 ปี ก่อนจะลดโทษเหลือ 5 ปี เนื่องจากรับสารภาพและอยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ล่าสุด นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พาผู้เสียหายเข้าพบผู้กำกับการ สภ.บางละมุง ขอให้ช่วยเร่งติดตามตัวเด็กและตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ หรือไม่ เพราะคดีนี้ยังมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะเส้นทางการส่งต่อเด็ก และความเป็นไปได้ที่อาจมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากหญิงที่รับเลี้ยงเด็กอ้างว่านำลูกของผู้เสียหายให้สองสามีภรรยาชาวเมียนมารับเลี้ยงต่อไปแล้ว ขณะที่ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการ สภ.บางละมุง เปิดเผยว่า แม้คดีเดิม ผู้ต้องหาจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แต่ตำรวจจะนำข้อมูลใหม่ทั้งหมดกลับมาตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นการติดตามหาตัวเด็กหญิงที่ยังสูญหาย และการตรวจสอบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในลักษณะขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ เบื้องต้น พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม รวมถึงหญิงที่อ้างตัวว่าเป็นแม่แท้ ๆ ของเด็ก ที่ผู้เสียหายเลี้ยงดูอยู่ในปัจจุบัน เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียด และเร่งติดตามตัวเด็กหญิงกลับคืนสู่ครอบครัวโดยเร็วที่สุด อ่านข่าว ปชน.ยันลงโทษวินัย "สส.ภัณฑิล" ปมพาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน พ่อเมืองเชียงรายสั่ง "แม่สาย" เฝ้าระวัง รับมือน้ำหลาก-น้ำท่วม 8-10 พ.ค.นี้ สู้วิกฤตปุ๋ยแพง! รัฐอัดฉีด 6 พันล้านแจกปุ๋ยอินทรีย์ แต่ชาวนาบอก "ใช้ไม่เป็น"

Go to News Site