Thai PBS
วันนี้ (8 พ.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก " Anutin Charnvirakul " หลังเข้าร่วมประชุมผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งทำหน้าที่ประธานของที่ประชุมฯ ได้นัดให้ตนพบกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก่อนเปิดการประชุมเพื่อลดความตึงเครียด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนจึงใช้โอกาสนี้แจ้งนายกฯ กัมพูชาโดยตรงว่า รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจยกเลิก MOU 2544 เป็นที่เรียบร้อยแล้วและนายกฯ กัมพูชาได้รับทราบ พร้อมกับกล่าวว่าผิดหวังต่อการที่รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจเช่นนี้ รัฐบาลกัมพูชาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหันไปใช้แนวทางและกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ของอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS ในการดำเนินการเรื่องข้อตกลงทางสิทธิประโยชน์ทางทะเลต่อไป การยึดถือหลักปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าว เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาลไทย เพราะจากนี้ไปหากมีการพูดคุยใดๆ ทั้ง 2 ประเทศจะยึดถือหลักการและข้อกำหนดเดียวกัน เนื่องจากกัมพูชาเพิ่งให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญานี้ เมื่อต้นปี 2569 นายอนุทิน ระบุว่า สำหรับตน การแจ้งให้กัมพูชาได้รับทราบเรื่องการประกาศยกเลิก MOU 44 ของรัฐบาลไทยในการพบกันครั้งนี้ สามารถถือเป็นที่ประจักษ์ได้ว่ากัมพูชาได้รับทราบการตัดสินใจของฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการแล้ว นอกเหนือจากนั้นกัมพูชาได้แจ้งให้ฝ่ายไทยรับทราบถึงแนวทางการดำเนินการจากนี้ต่อไปของกัมพูชา และยังได้ประกาศในที่ประชุมใหญ่ของผู้นำชาติอาเซียนด้วย เป็นอันสิ้นสงสัยว่ากัมพูชาจะยอมรับการยกเลิก MOU 44 จากไทยหรือไม่ หากไม่ได้พบกันในครั้งนี้ รัฐบาลไทยจะต้องทำการแจ้งเป็นหนังสือไปยังรัฐบาลกัมพูชา และกว่าจะจบกระบวนการคงใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่าครึ่งปี เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว จะไม่มีเส้นที่ลากผ่านเกาะกูดให้เป็นที่เคลือบแคลงหรือกังวลต่อไปอีก พี่น้องประชาชนของผมสบายใจได้เลยว่า #เกาะกูดเป็นของประเทศไทยครับ นายกฯ ระบุอีกว่า ส่วนประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปักปันเขตแดน การเจรจาในระดับ JBC และ GBC ยังคงดำเนินการต่อไปตามเดิม ทั้ง 2 ฝ่ายได้ขอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศพบปะและหารือกันมากขึ้น หากถึงจุดที่เหมาะสมก็ให้ยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นมา ซึ่งจะจัดให้มีการหารือกันต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง นอกจากนี้มีการเห็นพ้องกันในเรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์และสแกมเมอร์ ให้ฝ่ายตำรวจของทั้ง 2 ประเทศร่วมมือกันดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ตนได้ตอบตกลง เพราะประเทศและประชาชนไทยได้ประโยชน์ ส่วนเรื่องการเปิดด่านไม่มีการพูดถึง เรื่องความร่วมมืออื่นๆ ก็ยังไม่ได้มีการยกขึ้นมา ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้น ผมแจ้งเขาว่า จะสร้างสันติภาพได้ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน สร้างความมั่นใจให้เห็นกันจะๆ #หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหารต่อสู้กันให้มากที่สุด "ทั้งหมดที่พบกันมีเพียงแค่นี้ ผมเห็นมีการประโคมข่าวทางโซเชียลมีเดียอย่างมากมายและเป็นข่าวเท็จ ใช้จินตนาการนั่งเทียนเขียนเพื่อให้เกิดความแตกแยกและเกลียดชัง ทั้งที่ผมและรัฐมนตรีสีหศักดิ์ได้แถลงข่าวโดยละเอียดไปแล้ว " นายอนุทิน ระบุ นายกฯ ยังยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบ โปร่งใสและยึดถือความรู้สึกของประชาชนเป็นสำคัญ โดยตนอยู่กับสถานการณ์นี้มาตั้งแต่ยังเป็นรองนายกฯ และ มท.1 จนมาเป็นนายกฯ รอบ 2 จึงทราบดีว่าจะต้องทำอะไรและทำอย่างไร ทุกขั้นตอนจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน และจะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับร่วมกัน อ่านข่าว "นายกฯ อนุทิน" จับมือผู้นำอาเซียนลงนาม 4 ปฏิญญาสำคัญ หารือ 3 ฝ่าย "อนุทิน" ย้ำไทยเดินหน้าสันติภาพ ผ่านการเจรจา-ความไว้ใจ อาเซียนกังวล "สงครามอิหร่าน" เร่งวางมาตรการรับมือผลกระทบข้ามภูมิภาค
Go to News Site