โหนกระแส
วัดพระทอง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นวัดเก่าแก่ประจำจังหวัด ที่ประดิษฐาน “พระผุด” หรือ “หลวงพ่อพระผุด” พระพุทธรูปทองคำศักดิ์สิทธิ์ ที่โผล่เพียงพระเกตุมาลาขึ้นมาจากพื้นดินประมาณ 1 ศอก ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ อีกทั้งยังเป็นที่กล่าวขานกันว่า “ใครทุกข์โศกไปกราบไหว้ขอพร ก็จะสัมฤทธิลดลบันดาลให้ตามที่ปรารถนา” เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเมืองถลางและใกล้เคียง โดยเฉพาะชาวจีน ในเทศกาลสำคัญ จะพากันมากราบสักการะขอพรเป็นประจำ “พระผุด” มีตำนานที่เล่าขานและถ่ายทอดสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ถึงความอัศจรรย์และอิทธิปาฏิหาริย์ที่ปรากฏประจักษ์ตั้งแต่ครั้งอดีตกาล “เมื่อแรกพบพระผุด เดิมบริเวณนั้นเป็นที่เลี้ยงสัตว์ ณ เวลานั้นได้เกิดพายุร้าย ฝนตกกระหน่ำ น้ำไหลท่วมทุ่งนาเสียหาย ต้นไม้โค่นล้มระเนระนาด ครั้นฝนหยุดตก เด็กชายลูกชาวนาคนหนึ่งได้จูงควายไปเลี้ยงกลางทุ่ง แต่หากิ่งไม้ที่เคยใช้ผูกเชือกคล้องควายไม่เจอ จึงนำไปผูกกับหลักโคลนตมที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน เมื่อกลับมาถึงบ้านเด็กชายเกิดอาการเป็นลมล้มชักเสียชีวิตทันที” เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากจัดการศพลูกชายแล้ว พ่อแม่จึงออกไปดูควายที่ผูกไว้ก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อพบว่าควายก็นอนตายอยู่เช่นกัน ตกดึกคืนนั้นพ่อของเด็กที่ตายฝันว่า มีคนมาบอกว่าที่เด็กและควายตายเป็นเพราะเด็กได้นำเชือกควายไปผูกไว้กับพระเกศพระพุทธรูป รุ่งเช้าจึงชักชวนเพื่อนบ้านให้ไปดูบริเวณดังกล่าว เมื่อเห็นหลักโคลนตมก็ช่วยกันเอาน้ำมาล้างขัดสีเอาโคลนตมออกจนหมด ปรากฏเป็น “พระเกศพระพุทธรูป” เป็นทองคำเหลืองอร่าม ต่างพากันกราบไหว้บูชาและนำความแจ้งให้เจ้าเมืองถลางทรงทราบ จึงรับสั่งให้ขุดเพื่อนำมาประดิษฐานบนดิน แต่ขุดอย่างไรก็ไม่สามารถขุดได้ เพราะมีตัวต่อตัวแตนนับพันนับหมื่นตัวบินขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ไล่ต่อยผู้คนแต่เฉพาะผู้ที่ขุดเท่านั้น ส่วนพวกที่สักการบูชากลับไม่ทำอันตรายแต่อย่างใด เป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้พบเห็น ในที่สุดท่านเจ้าเมืองจึงให้สร้างหลังคาบังไว้ หลายปีต่อมา มีชีปะขาวรูปหนึ่งมาพักที่เมืองถลาง […]
Go to News Site