Thai PBS
วันนี้ (12 พ.ค.2569) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ วงเงินรวม 452,350,000 บาท ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ เพื่อบรรเทาและเยียวยากำลังพล 91 นาย ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.พิจารณาแนวทางดูแลครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้ยังคงได้รับสิทธิด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าของสิทธิจะเสียชีวิตลง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีข้าราชการทหารเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จำนวน 27 คน ส่งผลให้บุคคลในครอบครัวจำนวน 40 คน สิ้นสุดสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และต้องกลับไปใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการดูแลครอบครัวของผู้เสียสละให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสมและสมศักดิ์ศรี สาระสำคัญ คือ มอบหมายให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการให้บุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตดังกล่าว ได้รับสิทธิ “บัตรทองฮีโร่” หรือ UC Heroes โดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในขอบเขตเทียบเท่าสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ สิทธิดังกล่าวจะคงอยู่จนกว่าผู้มีสิทธิจะได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอื่นตามกฎหมาย และในกรณีบุตรของผู้เสียชีวิต ให้ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ โดย สปสช.จะเป็นหน่วยงานบริหารจัดการระบบและดูแลการใช้สิทธิให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด ทั้งนี้ สปสช.ประมาณการงบประมาณดำเนินการไว้ปีละ 780,040 บาท โดยในปีงบประมาณ 2569 จะขอรับจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และในปีงบประมาณต่อไปจะเสนอขอรับจัดสรรตามกระบวนการงบประมาณประจำปี น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่ากำลังพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน คือ ผู้เสียสละอย่างสูงสุด การดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต จึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่คือความรับผิดชอบของรัฐที่ต้องยืนเคียงข้างครอบครัวของผู้กล้าอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียสละเพื่อชาติ ไม่ควรถูกจดจำเพียงในวันที่จากไป แต่ครอบครัวของเขาต้องได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ นี่คือการส่งต่อความมั่นคงจากแนวหน้า สู่ความมั่นใจของครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง อ่านข่าว : ราชกิจจาฯ ประกาศ "ปราสาทตาควาย-ปราสาทคนา-ปราสาทตาเมือน" เป็นโบราณสถาน "รั้วคอนกรีต-ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดนกั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร" สธ.เฝ้าระวัง "ไวรัสฮันตา" เข้มคัดกรองผู้เดินทางจาก 13 ประเทศอเมริกาใต้
Go to News Site