Thai PBS
ความคืบหน้ากรณี "หมิงเฉิน ซัน" ผู้ต้องหาชาวจีน ในกรณีครอบครองอาวุธสงคราม จากการตรวจสอบโดยตำรวจและฝ่ายความมั่นคงพบว่ายังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า จะเป็นการเตรียมก่อวินาศกรรม แต่เนื้อหาจากข้อความแชตสนทนาในแอปพลิเคชันในโทรศัพท์ พบว่า "หมิงเฉิน ซัน" ติดต่อกับกลุ่มคนจีนด้วยกัน ซึ่งเป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา มีบางช่วงพบว่า มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ภายในกลุ่มสแกมเมอร์ด้วยกันเอง และพบการโอนเงินระหว่างกัน "หมิงเฉิน ซัน" สะสมอาวุธเพราะปมขัดแย้งกลุ่มสแกมเมอร์ ตำรวจไซเบอร์ ยังตรวจสอบเส้นทางการเงิน ของ หมิงเฉิน ซัน โดยพบว่า ทำธุรกรรมทางการเงิน รวม 473 รายการ ผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 2 ก.ย.ปี 2565 ถึง 6 พ.ค.ปี 2569 พบยอดเงินเข้ารวมประมาณ 40.5 ล้านบาท ขณะที่ยอดเงินออกอยู่ที่ประมาณ 40.48 ล้านบาทโดยรายการโอนเงินสูงสุดต่อครั้ง ทั้งฝั่งรับเข้าและโอนออก อยู่ที่ 5 ล้านบาท ข้อมูลการเคลื่อนไหวทางการเงินนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาเกือบ 4 ปี ซึ่งตำรวจ กำลังเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงธุรกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติม จากหลักฐาน สอดคล้องกับข้อมูลที่ยืนยันโดยโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบเส้นเงิน ของนายหมิงเฉิน ซัน ตรงกับบัญชีคริปโทเคอร์เรนซีที่ใช้หลอกผู้เสียหายของเครือข่ายสแกมเมอร์กัมพูชา คลิปซ้อมยิงปืน-ปาระเบิด อยู่ใน "กัมพูชา" ขณะที่คลิปการซ้อมยิงปืน และปาระเบิด เป็นหลักฐานที่พบในโทรศัพท์มือถือ ของนายหมิงเฉิน ซัน เช่นกัน โดยตำรวจยืนยันว่า เกิดขึ้นที่กัมพูชาใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ตำรวจพบแชต ที่นายหมิงเฉิน ซัน ขัดแย้งกับคนในกลุ่มสแกมเมอร์ และสอดคล้องกับไทม์ไลน์ การเริ่มติดต่อซื้อขาย และสะสมอาวุธสงครามในไทย เตรียมเข้มคัดกรองให้วีซา ส่วนประเด็น ที่นายหมิงเฉิน ซัน มีพาสปอร์ตจีน และกัมพูชา บัตรสีชมพูของไทย และถือครองวีซา ประเภท PE (หรือ Plivilege Entry Visa) ซึ่งเป็นวีซาสำหรับกลุ่มผู้มีกำลังทรัพย์ แบบระยะเวลา 20 ปี และยังมีวีซา เรสซิเดนท์ ประเภทพำนักระยะยาวของเกาหลีใต้ ด้วย ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมนำกรณีของนายหมิงเฉิน ซัน มาทบทวนมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติโดยจะเสนอให้เชื่อมข้อมูลด้านความมั่นคง กับหน่วยงานพิจารณาออกวีซา และอาจใช้ระบบประเมินความเสี่ยงชาวต่างชาติในอนาคต เพื่อปิดช่องโหว่ ไม่ให้กลุ่มอาชญากรรมใช้สิทธิพิเศษเข้าประเทศ อ่านข่าว
Go to News Site