Thai PBS
ท่ามกลางงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐภายในมหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน การรวมตัวของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกกลายเป็นจุดสนใจของสปอตไลต์ทุกดวง แต่สิ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์พฤติกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกต้องจับตามองเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงแค่การปรากฏตัวของบุคลากรแถวหน้าอย่าง เจนเซน ฮวง ซีอีโอจาก Nvidia, เหลียง รูโบ จาก ByteDance หรือ เล่ย จุน ผู้ก่อตั้ง Xiaomi แต่กลับเป็นผังการจัดที่นั่งที่แฝงนัยสำคัญยิ่ง เมื่อ "โจว ฉุนเฟย" สุภาพสตรีผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดของ Lens Technology ได้รับเกียรตินั่งตรงกลางในตำแหน่งกิตติมศักดิ์ โดยมี ทิม คุก แม่ทัพใหญ่แห่ง Apple และ อีลอน มัสก์ เจ้าพ่อ Tesla นั่งขนาบข้างซ้ายและขวาตามลำดับ การจัดที่นั่งในลักษณะนี้ในงานระดับพิธีการทูตไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่นี่คือการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่า โจว ฉุนเฟย คือ "โซ่ข้อกลาง" ของระบบซัปพลายเชนเทคโนโลยีระดับโลก เพราะทั้งอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนของ Apple และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ต่างต้องพึ่งพากระจกหน้าจอและชิ้นส่วนนวัตกรรมขั้นสูงจาก Lens Technology เป็นหลัก ท่ามกลางกระแสความตึงเครียดทางการค้าและสงครามเทคโนโลยีระหว่าง 2 มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน "โจว ฉุนเฟย" และพันธมิตรทางธุรกิจเหล่านี้เปรียบเสมือน "สะพานเชื่อมความสัมพันธ์" ที่แสดงให้เห็นว่า ภาคธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศมีความผูกพันและพึ่งพาอาศัยกันอย่างลึกซึ้ง จนยากที่จะตัดขาดจากกันได้ด้วยเหตุผลทางการเมืองเพียงอย่างเดียว เด็กหญิงผู้ยากจน ชีวิตที่ต้องดิ้นรนตั้งแต่วัยเยาว์ เส้นทางชีวิตของโจว ฉุนเฟย ไม่ได้เริ่มต้นจากความหรูหรา เธอเกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2513 ณ เมืองเซียงเซียง มณฑลหูหนาน ท่ามกลางครอบครัวเกษตรกรที่ยากจนแร้นแค้น ตอนอายุเพียง 5 ปีเธอต้องเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งแรกของชีวิต เมื่อแม่ตายจากการทำงานหนัก ขณะที่พ่อของเธอก็ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจากการทำงานในโรงงานจนสูญเสียดวงตาและนิ้วมือ ในฐานะพี่คนโตของบ้าน โจว ฉุนเฟย ในวัยเด็กจึงต้องละทิ้งความฝันเรื่องการเรียน แล้วหันมารับภาระอันหนักอึ้งในการดูแลพ่อและน้อง ๆ เมื่ออายุ 15 ปี เธอตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน มุ่งหน้าสู่เซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ต้องเดินเท้าเปล่ากว่า 300 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟกวางโจวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายจนกระทั่งเข้าสู่เมืองเซินเจิ้นเพื่อหางานทำ งานแรกที่เธอได้ทำคือ พนักงานซ่อมบำรุงในโรงงานผลิตกระจกนาฬิกา หน้าที่หลักในแต่ละวันคือการล้างคราบน้ำมัน คราบจารบีออกจากเครื่องจักรขนาดใหญ่ แลกกับค่าแรง 1 ดอลลาร์/วัน หรือราว 125-150 หยวน/เดือนเท่านั้น และเธอต้องทำงานลากยาวตั้งแต่ 08.00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน หรือบางครั้งล่วงเลยไปจนถึงตี 2 ของวันรุ่งขึ้น ใช้ "การศึกษา" เปลี่ยนชีวิตตัวเอง แม้จะเหนื่อยล้าจากงานประจำ แต่โจว ฉุนเฟย ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอตระหนักดีว่า "ความรู้คือเครื่องมือเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตได้" เธอแบ่งเงินค่าแรงไปซื้อหนังสือ และตัดสินใจสมัครเข้าเรียนหลักสูตรภาคค่ำแบบไม่รับปริญญาที่มหาวิทยาลัยเซินเจิ้น เธอโหมเรียนวิชาต่าง ๆ ตลอดเวลา 5 ปีครึ่ง ตั้งแต่บัญชี, คอมพิวเตอร์ ทักษะการบริการลูกค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนสามารถสอบเทียบและคว้าปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจมาครองได้สำเร็จ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี 2536 ขณะที่อายุ 23 ปี โจว ฉุนเฟย ตัดสินใจก้าวออกจากเซฟโซน ลาออกจากงานประจำ และรวบรวมเงินเก็บทั้งหมดที่มีจำนวน 20,000 หยวน (ประมาณ 3,000 ดอลลาร์) ชวนญาติพี่น้องเปิดโรงงานขนาดเล็กขึ้นภายในอพาร์ตเมนต์ขนาด 4 ห้องนอน เริ่มต้นรับจ้างสกรีนหน้าปัดนาฬิกา วันหนึ่ง โอกาสทองระดับโลกก็มาถึงโดยไม่คาดคิด เมื่อผู้บริหารระดับสูงรายหนึ่งเดินทางมาเยือนประเทศจีนและต้องการซ่อมแซมหน้าปัดนาฬิกาหรูแบรนด์ Rolex ที่ชำรุด โจว ฉุนเฟย ได้ใช้ทักษะความประณีตขั้นสูงลงมือซ่อมแซมหน้าปัดเรือนนั้นด้วยตนเอง ผลงานออกมาเนียนกริบสมบูรณ์แบบจนวิศวกรที่สวิตเซอร์แลนด์ยังแยกไม่ออกว่าเป็นเลนส์ที่ทำขึ้นใหม่ ความประทับใจในคุณภาพงานครั้งนั้น ทำให้เธอเริ่มได้รับออร์เดอร์การผลิตเลนส์จากแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก และขยายโรงงานจากอพาร์ตเมนต์ไปสู่โรงงานอุตสาหกรรมเต็มตัว จากวิกฤตมหาโหด Motorola สู่อาณาจักร iPhone ในปี 2546 โจว ฉุนเฟย ก่อตั้งบริษัท Lens Technology อย่างเป็นทางการ และในปีถัดมาเธอได้รับข้อเสนอจากยักษ์ใหญ่โทรศัพท์มือถือยุคนั้นอย่าง Motorola โจทย์คือต้องพัฒนากระจกหน้าจอโทรศัพท์แบบใหม่ที่ทำจากแก้วแต่มีความทนทานสูง สามารถตกจากที่สูง 1 เมตรลงสู่พื้นแข็งได้โดยไม่แตกละเอียด โจว ฉุนเฟย ยอมรับข้อเสนอนั้น ทว่าการเดินหน้าวิจัยกลับพบอุปสรรคมากมาย ทั้งโดนกลั่นแกล้งและกดดันจากคู่แข่งในตลาด รวมถึงปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงินที่เกือบทำให้ส่งมอบงานไม่ทันตามกำหนด เธอต้องตัดสินใจยอมขายบ้านพักอาศัยและทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดเพื่อนำเงินมาค้ำจุนและจ่ายค่าแรงพนักงาน ในที่สุด ชิ้นงานกระจกนิรภัยของเธอสามารถตอบโจทย์ของ Motorola ได้สำเร็จ และผลงานชิ้นโบแดงนี้เองที่ไปเตะตา สตีฟ จ็อบส์ และทีมงานของ Apple ทำให้ Lens Technology ได้รับเลือกให้เป็นผู้ผลิตและซัปพลายเออร์หลักในการทำกระจกหน้าจอสำหรับ iPhone รุ่นแรก ที่เปิดตัวในปี 2550 ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่าง Lens Technology กับ Apple ก็เหนียวแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบัน Lens Technology กลายเป็นผู้ดูแลและผลิตหน้าจอกระจกให้กับผลิตภัณฑ์เกือบทุกประเภทของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, Apple Watch หรือ MacBooks ความไว้วางใจนี้สะท้อนชัดจากการที่ ทิม คุก เคยเดินทางมาเยี่ยมชมโรงงานด้วยตัวเอง และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวของเธอ พร้อมให้เธอนำทัวร์ประเทศจีนยาวนานถึง 4 วัน 3 คืน จากสมาร์ตโฟน สู่รถยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์ AI Lens Technology เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นในปี 2558 และได้ขยายความมั่งคั่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2568 ปัจจุบันอาณาจักรแห่งนี้มีพนักงานมากกว่า 75,000 คน มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 260,000 ล้านบาท แต่ โจว ฉุนเฟย ตระหนักดีว่าเธอไม่ควรพึ่งพารายได้จาก Apple ทางเดียว จึงกระจายความเสี่ยงด้วยการนำบริษัทเข้าสู่เวที ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ป้อนชิ้นส่วนกระจกอัจฉริยะและแผงคอนโซลควบคุมให้กับแบรนด์รถยนต์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 30 แบรนด์ อาทิ Tesla ของอีลอน มัสก์ รวมถึง BYD, Mercedes-Benz และ BMW สัดส่วนรายได้จากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นร้อยละ 8.5 ของรายได้ทั้งหมดในปี 2567 นอกจากนี้ปีที่แล้ว เธอได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ โดยมีเป้าหมายผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น "Lingxi X1" จำนวนมากกว่า 10,000 ตัวในปีนี้ หากเราเดินมาครึ่งทางแล้ว เราคงไม่กล้าที่จะหันหลังกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค สิ่งเดียวที่ต้องทำคืออดทน ข้ามผ่านมันไป และสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด คติพจน์ที่โจว ฉุนเฟย ยึดถือ จากเด็กหญิงที่เคยเลี้ยงเป็ดและต้องเดินเท้า 300 กิโลเมตร วันนี้เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมุมานะและความพร้อมที่รอคอยโอกาสที่เหมาะสม จนสามารถเป็นสุภาพสตรีที่ร่ำรวยมากที่สุดอีกคนหนึ่งในประเทศจีน และก้าวขึ้นมานั่งเคียงข้างเหล่าผู้นำโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ที่มาข้อมูล : โจว ฉุนเฟย จากสาวโรงงานสู่มหาเศรษฐีชาวจีนผู้นำด้านเลนส์ เทคโนโลยี , Tatler , South China Morning Post อ่านข่าวอื่น : รัฐสภา 611 เสียง เห็นชอบ 34 ร่างกฎหมายพิจารณาต่อ รวมร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด "สีหศักดิ์" หารือ "อารัคชี" หวังเร่งเปิดช่องแคบฮอร์มุซ "อนุทิน" เปิดทำเนียบคุยรัฐ-เอกชน ลั่นต้องเดินไปด้วยกัน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
Go to News Site