Collector
ออสเตรเลียยืนยันพบผู้เสียชีวิตจาก "โรคคอตีบ" รายแรกในรอบ 8 ปี | Collector
ออสเตรเลียยืนยันพบผู้เสียชีวิตจาก
Thai PBS

ออสเตรเลียยืนยันพบผู้เสียชีวิตจาก "โรคคอตีบ" รายแรกในรอบ 8 ปี

วันนี้ (26 พ.ค.2569) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ออสเตรเลียยืนยันพบผู้เสียชีวิตจาก "โรคคอตีบ" รายแรกในรอบเกือบ 10 ปี ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับการระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อปีนี้พุ่งกว่า 240 คน สตีฟ เอดจิงตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของนอร์เทิร์นเทอร์ริทอรี ระบุว่า ผลการชันสูตรพลิกศพจากห้องปฏิบัติการในต่างประเทศยืนยันว่า โรคคอตีบเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของชายคนหนึ่งเมื่อเดือน เม.ย. ที่โรงพยาบาลรอยัลดาร์วิน ถือเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศจากโรคนี้นับตั้งแต่ปี 2018 ออสเตรเลียเริ่มพบผู้ติดเชื้อคอตีบเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ก่อนจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปีนี้ เดือน ก.พ. โดยในเดือน มี.ค. เขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT) ต้องมีการประกาศการแพร่ระบาดอย่างเป็นทางการ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปีนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว 245 คน นับเป็นการระบาดครั้งใหญ่สุดในออสเตรเลีย นับตั้งแต่ปี 1991 โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในชุมชนชนพื้นเมืองที่อยู่ห่างไกล ในจำนวนนี้ ร้อยละ 60 อยู่ในเขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี รองลงมาคือ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียราวร้อยละ 36 ส่วนที่เหลือพบในรัฐเซาท์ออสเตรเลียและควีนส์แลนด์ ทางการออสเตรเลียเร่งยกระดับมาตรการควบคุมโรค โดยตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 10,407 โดส ด้านกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ระบาด ได้จัดตั้งคลินิกฉีดวัคซีนชั่วคราวในเมืองดาร์วิน แคทเธอรีน และอลิซสปริงส์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการรณรงค์ฉีดวัคซีน เนื่องจากวัคซีนเป็น "มาตรการที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน ปกป้อง และลดการแพร่กระจายของเชื้อ" รัฐมนตรีสาธารณสุขแห่งนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ระบุว่า รัฐบาลของเราให้ความสำคัญกับสถานการณ์นี้อย่างจริงจัง และเรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจสาเหตุและควบคุมสถานการณ์ นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศสนับสนุนงบประมาณ 7.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มการฉีดวัคซีนและเสริมทรัพยากรในพื้นที่ที่เสี่ยง โรคคอตีบสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน โดยโรคคอตีบชนิดที่กระทบระบบทางเดินหายใจอาจทำให้มีไข้ เจ็บคอ หายใจลำบาก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ขณะที่ชนิดที่กระทบผิวหนังมักทำให้เกิดแผลติดเชื้อ หรือแผลเปื่อยบนส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สัมผัสกับเชื้อโรค ซึ่งจะหายช้า แต่ไม่ค่อยนำไปสู่โรคร้ายแรง กยศ.แจ้งผู้กู้ยืมเงิน ชำระหนี้งวดแรก 5 ก.ค.69 หากปิดบัญชีจะได้ลดเงินต้น 3% ครม.เคาะงบ 2 พันล้าน ผลิตครูคุณภาพสูงเพื่อพัฒนาท้องถิ่น 1.6 หมื่นคน สธ.ยกระดับคุมเข้ม "อีโบลา" กักกัน-แยกกัก ผู้เดินทางจาก 2 ประเทศเสี่ยงอย่างน้อย 21 วัน

Go to News Site