Collector
"พิรงรอง" ร่อน จม.เปิดผนึก "วาระคาใจ" แผนแม่บททีวีดิจิทัลขยับไม่ได้ | Collector
Thai PBS

"พิรงรอง" ร่อน จม.เปิดผนึก "วาระคาใจ" แผนแม่บททีวีดิจิทัลขยับไม่ได้

สืบเนื่องจากกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2566 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองได้ร่วมอภิปรายตั้งคำถามถึงความคืบหน้าของแผนนำทาง (Roadmap) ทีวีดิจิทัล หลังสิ้นสุดใบอนุญาตในปี พ.ศ.2572 และการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT ประกอบกับการที่สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ ADTEB ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. และกรรมการอีก 6 ท่าน เพื่อเรียกร้องความชัดเจนเชิงนโยบายนั้น ล่าสุด รศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกผ่านทางเฟซบุ๊ก Pirongrong Ramasoota ชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนของ "ขั้นตอนการดำเนินการและอุปสรรคภายในบอร์ด" รวมถึง "สาระสำคัญของแผนงาน" โดยมีรายละเอียดดังนี้ ขั้นตอนการดำเนินการและปัญหาอุปสรรคเชิงโครงสร้าง ในส่วนของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569-2573) ซึ่งจัดทำขึ้นตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 นั้น ที่ประชุมบอร์ด กสทช. มีมติเมื่อวันที่ 20-21 ส.ค.2568 ให้นำร่างดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 27 ต.ค.2568 ต่อมา สำนักงาน กสทช. ได้บรรจุวาระสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดครั้งแรกในการประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 อย่างไรก็ตาม วาระดังกล่าวกลับประสบสภาวะชะงักงันและกลายเป็น "วาระที่คาการพิจารณา" ตลอดระยะเวลาร่วม 2 เดือนที่ผ่านมา โดยในการประชุมครั้งที่ 11/2569 เมื่อวันที่ 8 เม.ยซ2569 ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาไปได้เพียง 2 ประเด็นหลัก คือ มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) หลักเกณฑ์การให้บริการภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) ก่อนที่ประธาน กสทช. จะกล่าวปิดการประชุม และในการประชุมครั้งต่อ ๆ มาจนถึงวันที่ 26 พ.ค.2569 วาระนี้กลับถูกแทรกด้วยวาระอื่น ๆ ที่ไม่ได้สะท้อนความเร่งด่วนทางเวลา ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับการประชุม กสทช. พ.ศ.2555 ข้อ 18 และข้อ 29 กำหนดให้อำนาจในการอนุมัติบรรจุวาระและสลับลำดับวาระการประชุมเป็นสิทธิ์ขาดของประธาน กสทช. แต่เพียงผู้เดียว แม้กรรมการด้านกิจการโทรทัศน์จะทำหนังสือเร่งรัดเป็นประจำทุกสัปดาห์ก็ตาม สำหรับวาระ ร่างแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย เพื่อรองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 สำนักงาน กสทช. ได้เริ่มดำเนินการจัดทำกรอบการศึกษาตั้งแต่กลางปี 2567 ผ่านโครงการศึกษาฉากทัศน์กิจการแพร่ภาพในอนาคต (A study on the future of television broadcast/audio-visual sector in Thailand) ร่วมกับสถาบันวิจัยชั้นนำจากยุโรป (SCF Associates) และสถาบันการศึกษาในประเทศ ได้รับมติรับทราบจากบอร์ดเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2568 พร้อมมอบหมายให้จัดทำ Focus Group ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นในเดือน พ.ย.2568 และนำบรรจุเข้าที่ประชุมบอร์ดครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2568 จนกระทั่งบอร์ดมีมติเมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 ให้สำนักงานฯ กลับไปจำแนกประเด็นเพิ่มเติม แต่วาระนี้กลับประสบชะตากรรมเดียวกับแผนแม่บทฯ คือถูกบรรจุควบกันไว้และติดค้างอยู่ในระบบการประชุมโดยไม่มีการพิจารณาต่อจนถึงปัจจุบัน สาระสำคัญและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนแผนงาน ร่างแผนแม่บทฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) มีสาระสำคัญที่มุ่งเปลี่ยนผ่านจากการกำกับดูแลสื่อหลักแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็น "ผู้สนับสนุนระบบนิเวศสื่อดิจิทัล" ผ่านยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการรับชมผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม (Multi-platform) ทั้งระบบภาคพื้นดินและออนไลน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการดั้งเดิม ยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภคและการสร้างความเท่าเทียม ขยายขอบเขตการคุ้มครองเนื้อหาจากการกำกับดูแลความเหมาะสมทั่วไป ไปสู่การเฝ้าระวังข้อมูลบิดเบือน ข่าวลวง (Fake News) ภัยหลอกลวงออนไลน์ และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งเพิ่มการเข้าถึงบริการของกลุ่มผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง ยุทธศาสตร์การกำกับดูแลเชิงรุก ปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม โดยรักษาความสมดุลระหว่างการควบคุมเนื้อหากับเสรีภาพในการแสดงออก ยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สนับสนุนอุตสาหกรรมสื่อกระจายเสียงและโทรทัศน์ให้เป็นกลไกหลักในการผลักดัน Soft Power ของประเทศสู่ตลาดสากล และพัฒนาทักษะบุคลากรให้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ ในส่วนของ Roadmap สู่ปี 2572 มีประเด็นเชิงเทคนิคและข้อกฎหมายสำคัญที่ กสทช. จำเป็นต้องเร่งพิจารณาและกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อรักษาเสถียรภาพและการลงทุนของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการแพร่ภาพกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม การบริหารจัดการโครงข่ายและระบบ MUX การกำหนดจำนวนและประเภทของช่องรายการในอนาคต การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่เป็นผู้รับใบอนุญาตรายใหม่ (การพิจารณาเกณฑ์ประมูล) การปรับปรุงและแก้ไขมาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง การทบทวนกฎ Must Carry และ Must Have การพัฒนาระบบวัดความนิยมหรือเรตติ้ง (Rating) ในรูปแบบใหม่ รศ.พิรงรอง เน้นย้ำว่า นอกเหนือจากการพิจารณาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีแล้ว กสทช. มีหน้าที่สำคัญในการรักษาพื้นที่สาธารณะทางสื่อสารมวลชน โดยดำเนินนโยบายให้โทรทัศน์ประเภทบริการสาธารณะและฟรีทีวียังคงเป็น "ข่ายความมั่นคงด้านข้อมูลข่าวสาร" (Safety Net) ที่น่าเชื่อถือและเข้าถึงได้สำหรับประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารท่ามกลางสภาวะสังคมที่เต็มไปด้วยข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ในปัจจุบัน อ่านข่าวอื่น : “ณัฐพงษ์“ แถลงยื่น 2 ร่างแก้ไข รธน.เพิ่มหมวด 15/1 เลือกตั้ง สสร. “สหรัฐฯ” ดีล “อินเดีย” ลงทุนแร่ธาตุสำคัญ-แร่แรร์เอิร์ธ กทม.พร้อมรับสมัครเลือกตั้ง "ผู้ว่าฯ กทม. - ส.ก." แจงจัดคิว-จับเบอร์

Go to News Site