Collector
“สุรเชษฐ์” จับตามติ ครม.เคาะ “40 บาทตลอดวัน” ชี้เสี่ยงอุ้มนายทุน | Collector
“สุรเชษฐ์” จับตามติ ครม.เคาะ “40 บาทตลอดวัน” ชี้เสี่ยงอุ้มนายทุน
Thai PBS

“สุรเชษฐ์” จับตามติ ครม.เคาะ “40 บาทตลอดวัน” ชี้เสี่ยงอุ้มนายทุน

วันนี้ (2 มิ.ย.2569) สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตต่อกระแสข่าว ว่า กระทรวงคมนาคมจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ ให้โอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริหาร เพื่อผลักดันนโยบาย “40 บาทตลอดวัน” ที่พรรคภูมิใจไทย เคยหาเสียงไว้ว่าจะทำให้เสร็จเป็นของขวัญปีใหม่ 2570 ให้ประชาชน นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนคาดว่ากระแสข่าวดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อน หรือ รมช.คมนาคม น่าจะเข้าใจผิด เพราะหากดำเนินการตามความเข้าใจนั้นจริง คือ ทำ 40 บาทตลอดวัน ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสาย และเสร็จก่อนปีใหม่ เรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นใหญ่ และอาจส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุนเป็นอย่างยิ่ง จากประเด็นเชิงเทคนิคที่เรียกว่า “Induced Demand” เมื่อรัฐหั่นราคาลงเหลือ 40 บาทตลอดวัน โดยนายทุนไม่ได้ใจดีลดราคาให้ แต่รัฐบาลจะนำเงินจากคนที่ไม่มีโอกาสใช้รถไฟฟ้ามาช่วยจ่ายให้นายทุนร่ำรวยขึ้น  ราคาที่ถูกกว่าต้นทุนจริงนี้จะ "เหนี่ยวนำ” ให้คนหันมาขึ้นรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ฟังดูอาจเหมือนดี แต่ปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้แปลว่าโครงการฯ จะได้กำไร เพราะตั๋วราคา 40 บาทตลอดวันนั้น ไม่คุ้มทุนค่าดำเนินการต่อหัว สุดท้ายจำนวนผู้โดยสารโดยรวมที่เพิ่มขึ้น จะกลายเป็นตัวเลขที่รัฐต้องนำเงินภาษีไปชดเชยจ่ายส่วนต่างคืนให้แก่นายทุนผู้รับสัมปทาน ยิ่งคนขึ้นมาก นายทุนยิ่งชอบเพราะได้เงินชดเชยจากรัฐเยอะตามไปด้วย สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าเรื่องอัตราค่าโดยสารร่วมจะถูกนำเข้า ครม.จริง แต่อาจเป็นเพียงการทบทวนและไล่ยกเลิกมติที่รัฐบาลชุดก่อนเคยสั่งการไว้ในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล จนทำให้ระบบไม่สามารถไปต่อได้ และไม่สามารถแก้ปัญหาที่แท้จริงให้ประชาชนได้ การเคลียร์มติเก่านี้ เพื่อเดินหน้าในสิ่งที่รัฐบาลควรทำได้ คือ การแก้ปัญหา “ค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน” เวลาเดินทางข้ามสาย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้คนเดินทางข้ามสายที่กำลังแบกรับค่าตั๋วแพงได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องเอาเงินภาษีไปเอื้อประโยชน์ให้นายทุนจนเกินไป ทั้งนี้ คาดว่า ครม.จะยกเลิกแนวทาง 20 บาทตลอดสาย เพราะพรรคภูมิใจไทยต้องการผลักดันนโยบายใหม่ คือ 40 บาทตลอดวัน ขณะที่พรรคประชาชนมองว่าควรใช้แนวทาง 15-45 บาทตลอดทาง แล้วขยายผลไปเป็น 8-45 บาทตลอดทาง ครอบคลุมทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ความยากลำบากของประชาชน ที่ปัจจุบันมีภาระค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตอนเดินทางจากบ้านมายังสถานีรถไฟฟ้า รัฐจึงควรเปลี่ยนจาก “โลกคู่ขนาน” ที่รัฐทุ่มอุดหนุนแต่รถไฟฟ้าแล้วละเลยรถเมล์ มาเป็นระบบ “ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน” ด้วยการปรับรถเมล์ให้ทำหน้าที่ป้อนคนเข้าระบบรถไฟฟ้า ทำงานร่วมกันและคิดค่าโดยสารร่วมกันอย่างเป็นระบบ อีกเรื่องหนึ่ง คือ การยกเลิกมติที่มอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ดำเนินการระบบ Clearing House เพื่อเป็นหลังบ้านในการเคลียร์เงิน เชื่อว่าทั้งพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย น่าจะเห็นตรงกันว่าควรหันมาทำระบบ Central Clearing House ตาม พ.ร.บ.ตั๋วร่วม อย่างเป็นทางการ ประกอบกับการประชุมคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วมตามแนวทางของ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2569 มีการคาดการณ์ว่าอัตราค่าโดยสารร่วมและการพัฒนาระบบตั๋วร่วม จะเดินหน้าไปในแนวทางที่สมเหตุสมผลมากขึ้น เนื่องจาก พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภานั้น มีเนื้อหาสาระหลักเป็นไปตามร่างของพรรคประชาชน ซึ่งมีมาตรา 31 คอยกำกับไม่ให้รัฐมนตรีตั้งราคาค่าโดยสารแบบไร้ฐานคิดที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งราคา 20 บาทตลอดสาย หรือ 40 บาทตลอดวัน ซึ่งจะสร้างภาระต่อประเทศในอนาคตอย่างเกินควร ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วม ยอมปฏิบัติตามกรอบของ พ.ร.บ.ตั๋วร่วมแล้ว โดยอาจกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้าไว้ที่ 17-45 บาทตลอดทาง ครอบคลุมทุกสายและรวมการเดินทางข้ามสายแล้ว แม้ราคาอาจดูแพงกว่าตัวเลขที่หลายพรรคใช้โฆษณาไว้ แต่คือสิ่งที่เป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ การที่รัฐเข้ามาอุดหนุนเพิ่มในรอบนี้ จึงเป็นการมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาค่าแรกเข้าซ้อน ไม่ใช่การลงไปเล่นในเกมที่เน้นว่าถูกกว่าย่อมดีกว่า ซึ่งจะขัดต่อ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม และขัดต่อหลักวินัยการเงินการคลัง เนื่องจากในความเป็นจริง ต้นทุนเฉลี่ยในการบริหารจัดการรถไฟฟ้านั้น สูงกว่ารายได้เฉลี่ยที่จัดเก็บได้จากอัตราค่าโดยสารปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น ณ เวลานี้ คณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วม เตรียมประกาศอัตราค่าโดยสารร่วมที่ 17-45 บาทตลอดทาง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประเมินตัวเลขงบประมาณชดเชยที่รัฐต้องใช้สำหรับอุดหนุนระบบตั๋วร่วมไว้ที่ประมาณปีละ 3,054-4,698 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีความสมเหตุสมผลและแตกต่างจากสิ่งที่รัฐมนตรีเคยให้ข่าวไว้ก่อนหน้านี้ นายสุรเชษฐ์ ย้ำว่า พรรคประชาชนสนับสนุนการลดภาระค่าเดินทางของประชาชนอย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญคือต้องเป็น “ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน” พัฒนาระบบรถเมล์และรถไฟฟ้าควบคู่กันไป การกำหนดอัตราค่าโดยสารต้องมีฐานคิดที่สมเหตุสมผล ไม่เป็นภาระงบประมาณของประเทศในระยะยาวจนเกินควร เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่ต้องกลับมาแบกรับภาระภาษีและหนี้สินเหล่านั้นก็คือประชาชนเอง ผมฟันธงว่า ครม.ไม่กล้าประกาศว่า 40 บาทตลอดวันทุกสายภายในสิ้นปี อย่างที่รัฐมนตรีให้ข่าวไว้ ชวนประชาชนร่วมกันจับตาผลการประชุม ครม.ครั้งสำคัญนี้ไปพร้อมกัน อ่านข่าว : โฆษกกองทัพไทย โต้กลับ "จิรัฏฐ์" หยุดบิดเบือน ชี้วิจารณ์ความมั่นคงต้องยึดข้อเท็จจริง อิหร่านประกาศระงับเจรจากับสหรัฐฯ ประท้วงอิสราเอลโจมตีเลบานอน สภาพอากาศวันนี้ ภาคใต้ฝนตกหนัก - กทม.เจอฝน 60%

Go to News Site