Thai PBS
วันนี้ (2 มิ.ย.2569) ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ "น้ององุ่น" เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ที่ถูกพบเสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดี หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้เร่งรัดคลี่คลายคดี ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่พบเห็นน้ององุ่นก่อนหายตัวไป รวม 10 คน เข้าให้ข้อมูล ประกอบด้วย แม่ และบุคคลในครอบครัว พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์บ้านทิโคร่ง 4 รูป ชาวบ้านชาย 2 คน และชายชาวมอญ อีก 1 คน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังนำรถยนต์กระบะ ของสำนักสงฆ์บ้านทิโคร่ง ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อเก็บลายนิ้วมือแฝงและตรวจหาร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี แม่น้ององุ่น เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเองออกไปประชุมภายในชุมชน ขณะที่ลูกสาวออกจากบ้านไปซื้อของ ก่อนจะบอกคนในครอบครัวว่า จะไปเล่นบริเวณด้านบนหมู่บ้านใกล้วัดทิโคร่ง โดยครอบครัวมาทราบภายหลังว่า น้องเดินไปซื้อขนมร้านของชำตรงข้ามวัด โดยธนบัตร 20 บาท จำนวน 2 ใบติดตัวไปด้วย แต่ไม่มีใครทราบว่า น้ององุ่นได้รับเงินมาจากใคร ข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องกับคำให้การของเจ้าของร้านชำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลสุดท้ายที่พบเห็นน้ององุ่น โดยระบุว่า น้ององุ่นเดินทางมาซื้อขนมภายในร้าน พร้อมนำธนบัตรใบละ 20 บาท จำนวน 2 ใบมาชำระค่าสินค้า ก่อนจะเดินออกจากร้านไปตามลำพัง ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว ยังได้พูดคุยกับหนึ่งในพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์บ้านทิโคร่ง ซึ่งถูกเชิญตัวเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ระบุว่า ปกติน้ององุ่นและเด็กในหมู่บ้านจะมาเล่น บริเวณลานหน้าสำนักสงฆ์เป็นประจำ แต่ในวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้พบเห็นน้ององุ่นแต่อย่างใด กระทั่งทราบข่าวการหายตัวไปในช่วงเย็น ส่วนการเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่นั้น พร้อมให้ความร่วมมือและไม่ได้รู้สึกกังวล ส่วนชายชาวเมียนมา อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งถูกเชิญตัวมาสอบปากคำก่อนหน้านี้ ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้ององุ่น ขณะที่ผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบการสืบสวนหาข้อเท็จจริงของคดี นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. ยังนำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติม ในจุดที่พบศพน้ององุ่น ซึ่งห่างจากถนนราว 100 เมตร และได้เดินสำรวจเส้นทาง ในสวนยางพารา ที่สามารถเดินลัดเลาะไปยังสำนักสงฆ์ฯ ได้ ระยะทางราว 800 เมตร จากนั้นได้เข้าไปสอบถามร้านของชำที่ขายขนมให้น้ององุ่นก่อนหายตัวไป และพบว่ากล้องวงจรปิดภายในร้านเสีย ราว 3-4 เดือนก่อน นอกจากนี้ ยังเดินทะลุหลังร้านของชำไปยังบ้านน้ององุ่น เพื่อพูดคุยกับคนในครอบครัวถึงช่วงเวลาที่น้ององุ่นหายตัวไป รวมถึงพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต ส่วนแนวทางการสืบสวนการเสียชีวิตน้ององุ่น ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งกรณีออกจากบ้านและเดินไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง มีบุคคลพาออกจากพื้นที่ก่อนเกิดเหตุ ถูกทำร้ายจากจุดอื่น ก่อนนำร่างมาทิ้งอำพรางคดี และเสียชีวิตจากเหตุที่เกี่ยวกับสัตว์หรือสภาพแวดล้อม อ่านข่าว : พบร่างเด็กหญิงวัย 7 ขวบ กลางสวนยาง จ.กาญจนบุรี หลังหายตัว 3 วัน จนท.สกัดจับขบวนการขนอะโวคาโดเถื่อนริมแม่น้ำโขง คาดทะลัก 40 ตัน/วัน DSI เชิญแพทย์นิติเวช-ศัลยกรรมวิเคราะห์ภาพบาดแผล "แตงโม"
Go to News Site