Collector
จุฬาฯ ไร้สภานิสิตปี 2569 หลังผลเลือกตั้งสมาชิกไม่ถึงเกณฑ์ | Collector
จุฬาฯ ไร้สภานิสิตปี 2569 หลังผลเลือกตั้งสมาชิกไม่ถึงเกณฑ์
Thai PBS

จุฬาฯ ไร้สภานิสิตปี 2569 หลังผลเลือกตั้งสมาชิกไม่ถึงเกณฑ์

วันนี้ ​(4 มิ.ย.2569) สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 มิ.ย.2569 ชี้แจงกรณีที่ในปีการศึกษา 2569 จะไม่มีการจัดตั้งสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภานิสิตที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 มีจำนวนสมาชิกสามัญที่ได้รับเลือกตั้งไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญที่กำหนดไว้ตามระเบียบ โดยระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าด้วยสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2529 ข้อ 18 ระบุว่า "ในกรณีเลือกตั้งสมาชิกสามัญแล้ว ได้สมาชิกสามัญไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญตามข้อ 17.1 ให้ถือว่าปีนั้นไม่มีสภานิสิต" ส่งผลให้ปีการศึกษา 2569 ไม่สามารถจัดตั้งสภานิสิตได้อย่างเป็นทางการ สภานิสิต สำคัญอย่างไร ? สำหรับสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและตรวจสอบการทำงานขององค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และผลประโยชน์ของนิสิตจุฬาฯ การไม่มีสภานิสิตในปีนี้ ส่งผลให้กลไกตรวจสอบและกระบอกเสียงสำคัญของนิสิตหายไปชั่วคราว จุฬาฯ เตรียมยกร่างระเบียบใหม่ หลังระบบเดิมไม่ตอบโจทย์ปัจจุบัน ต่อมา นายภูมิรัตน์ ราชนิยม นายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2569 ได้ออกมาชี้แจงแนวทางการดำเนินงานภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีสภานิสิต ระบุว่า อบจ. จะรายงานผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เปิดเผยนโยบายและความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ให้สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงเปิดโอกาสให้นิสิตเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอปัญหา แสดงความคิดเห็น และร่วมออกแบบนโยบายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นายภูมิรัตน์ยังกล่าวถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ส่วนหนึ่งมาจากระเบียบและโครงสร้างการเมืองนิสิตที่ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เนื่องจากระเบียบดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ซึ่งเป็นเวลากว่า 40 ปีมาแล้ว ขณะที่บริบททางสังคมและรูปแบบการมีส่วนร่วมของนิสิตได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นอกจากนี้ ยังพบว่าจำนวนผู้สมัครสมาชิกสภานิสิตลดลงอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา โดยแต่ละคณะมีบริบทและข้อจำกัดแตกต่างกัน ส่งผลให้บางคณะไม่สามารถส่งผู้สมัครได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สมาชิกสภานิสิตต้องรับภาระงานจำนวนมาก แต่มีอำนาจในการดำเนินการค่อนข้างจำกัด ทำให้การดึงดูดผู้สมัครเข้าสู่ระบบสภานิสิตเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น ทั้งนี้ อบจ. สภานิสิต และสำนักบริหารกิจการนิสิต ได้ร่วมกันศึกษาและผลักดันการแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้องมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้ว โดยแนวทางในระยะต่อไปคือการจัดทำระเบียบสโมสรนิสิตฉบับใหม่ ที่มีความยึดโยงกับนิสิตมากขึ้น สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน และเปิดพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วมจากนิสิตผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นหรือประชาพิจารณ์ เพื่อร่วมกันออกแบบโครงสร้างและกติกาใหม่ของการเมืองนิสิตในอนาคต นายภูมิรัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า การไม่มีสภานิสิตในปีการศึกษา 2569 อาจถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาเป็นเวลานาน และร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง แม้จะไม่มีสภานิสิตในปีนี้ แต่อบจ. ยังคงยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูล พร้อมรับการตรวจสอบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนิสิตตลอดวาระการดำเนินงาน รายงาน : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ่านข่าวอื่น : มติสภาผู้แทนฯสหรัฐฯ จำกัดอำนาจ “ทรัมป์” ทำสงครามกับอิหร่าน ลุยตรวจเข้มก๊าซหุงต้ม–สินค้าหีบห่อ สกัดเอาเปรียบผู้บริโภคช่วงต้นทุนสูง เช็กความพร้อมนักตบสาวไทย ก่อนดวลเจ้าภาพจีนเย็นนี้

Go to News Site