Thai PBS
วันนี้ (25 มี.ค.2569) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมออกมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน และการสู้รบในตะวันออกกลาง โดยพุ่งเป้า 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มประชาชน ที่มีรายได้น้อยกว่า 1 แสนบาท/ ปี ซึ่งปัจจุบันมีฐานข้อมูลอยู่ที่ 13.4 ล้านคน โดยรัฐบาล มีแนวคิดที่จะเติมเงินช่วยเหลือ ผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน โดยอาจนำไปทบในกระเป๋าเงินย่อยที่มีอยู่แล้ว เช่น หมวดค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า หรือแก๊สหุงต้ม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ส่วนรายละเอียดจำนวนเงินต่อเดือนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง และต้องรอการดำเนินการภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ 2. กลุ่มภาคการขนส่งสาธารณะ และโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของราคาสินค้า ฐานข้อมูลโดยกระทรวงคมนาคม พบว่า ปัจจุบัน มีรถบรรทุก 3.6 แสนราย และรถโดยสารประจำทางสาธารณะ ประมาณ 30,000 ราย โดยรูปแบบการช่วยเหลืออาจเป็นลักษณะของการให้คูปองหรือบัตรเติมน้ำมัน รวมถึงการให้เป็นตัวเงิน หรือโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ขับขี่โดยตรงผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) หรือช่วยเหลือผ่านผู้ประกอบขนส่ง นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาครอบคลุมไปถึงกลุ่มรถตู้ รถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ด้วย 3.กลุ่มเกษตรกร มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดหาปุ๋ยราคาถูก นอกเหนือจากการช่วยเหลือเรื่องราคาปุ๋ยแล้ว เกษตรกรจำนวนมากที่ขึ้นทะเบียนอยู่ในฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะได้รับสิทธิ์ความช่วยเหลือในหมวดของกลุ่มเปราะบางควบคู่กันไปด้วย (Double Benefit) คือจะได้รับทั้งเงินเติมในบัตรและมาตรการช่วยลดต้นทุนการผลิต 4.กลุ่มชาวประมง ต้องเข้าไปลดภาระต้นทุนในการออกเรือ โดยกระทรวงคมนาคมเตรียมส่งเสริมให้กลุ่มชาวประมงเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 (ดีเซลผสมน้ำมันปาล์ม 20%) ทดแทนการใช้น้ำมันเขียว เบื้องต้นมีการประเมินว่าน้ำมัน B20 สำหรับกลุ่มประมงจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มบนบกถึง 5 บาท/ ลิตร ซึ่งมาตรการนี้กระทรวงพาณิชย์จะต้องเข้ามาควบคุมราคาปาล์มบริสุทธิ์ไม่ให้พุ่งสูงจนกระทบต่อผู้บริโภคในภาคส่วนอื่น 5.กลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และบริการ โดยในส่วนของผู้รับเหมาฯ จะมีการปรับ "ค่า K" หรือค่าชดเชยงานก่อสร้าง เพื่อสะท้อนต้นทุนวัสดุและค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดปัญหาการชะลอหรือทิ้งงานก่อสร้าง ส่วนภาคอุตสาหกรรมและบริการ เตรียมมาตรการ "Soft Loan" หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน แต่จะไม่มีการจัดสรรน้ำมันราคาพิเศษให้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเร่งปรับตัวตามสถานการณ์โลก อ่านข่าว แท็กซี่สุวรรณภูมิ "ไม่ได้หยุดวิ่ง" แต่สู้วิกฤตน้ำมันดีเซลขาดแคลนไม่ไหว "ยศชนัน" ชี้ปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ แก้วิกฤตน้ำมันระยะยาว พาณิชย์เตรียมประกาศ "สินค้าควบคุม" เพิ่มอีกกว่า 20 รายการ
Go to News Site