Thai PBS
วันนี้ (25 มี.ค.2569) ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมอำพรางหญิงชาวลาว ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างถูกถูกควบคุมตัวสอบสวนดำเนินคดี หลังตำรวจตามจับได้ที่ จ.หนองคาย ขณะกำลังเตรียมหลบหนีข้ามกลับประเทศ ด้านครอบครัวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เริ่มสังเกตความผิดปกติตั้งแต่น้องสาวโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือว่า ถูกกักขังอยู่ ก่อนจะขาดการติดต่อและเป็นที่มาของการตามหาตัวและเข้าแจ้งความกับตำรวจ นายเดด และ น.ส.น้อย พี่ชายและพี่สาว ของ น.ส.แรม ผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง กทม. หลังทราบว่าตำรวจจะควบคุมตัวนายต้อม ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม น.ส.แรมและอำพรางศพใส่ถุงดำ มาสอบสวนดำเนินคดี พี่ชายผู้เสียชีวิต เล่าย้อนเหตุการณ์ตั้งแต่นายต้อมไปรับตัวน้องสาวจากที่ทำงานใน จ.ชลบรี มาที่กรุงเทพฯ ก่อนช่วงเย็นของวันที่ 22 มี.ค. น้องสาวด้โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ โดยบอกว่าถูกนายต้อมกักขังไว้ในห้องและมีปากเสียงกัน นอกจากการโทรศัพท์แล้ว ผู้เสียชีวิตยังพยายามส่งข้อความขอความช่วยเหลือผ่านแชตถึงพี่ชายด้วย แต่ขณะนั้นตนกำลังทำงาน จึงได้เพียงแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดคุยกัน กระทั่งเลิกงานประมาณเที่ยงคืน จึงรีบเดินทางไปหาน้องสาวที่ห้องพักของผู้ก่อเหตุ ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 14 นายเดช ระบุว่า แม้จะไม่พบน้องสาว แต่ได้พยายามขอเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพัก และพบร่องรอยคราบเลือด จึงเชื่อว่ามีการทำร้ายร่างกายน้องสาว การหายตัวไปของ น.ส.แรม ทำให้เพื่อนและคนในครอบครัวได้ช่วยกันหาร่องรอย ได้ช่วยกันตามหาร่องรอยของนางสาวแรม และย้อนกลับไปที่ที่พักนายต้อมอีกครั้ง และไปพบว่าในถังขยะใกล้ที่พัก มีรองเท้าและเส้นผมของ น.ส.แรม จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความ ด้านพี่สาวของผู้เสียชีวิต ระบุว่า การเดินทางมารอพบตัวนายต้อมในครั้งนี้ เพราะต้องการถามผู้ก่อเหตุว่า เหตุใดจึงลงมือทำรุนแรงกับน้องสาวถึงขั้นนี้ หลังตำรวจรับแจ้งความจึงตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายต้อม รวมทั้งขอภาพวงจรปิดจากที่พักจนพบพฤติกรรมการนำถุงดำออกมาทิ้ง อีกทางยังพบเบาะแสว่านายต้อม เดินทางโดยเครื่องบินไปลงที่ จ.อุดรธานี และเดินทางต่อไปที่ด่านชายแดนจังหวัดหนองคาย คาดว่าเตรียมออกนอกประเทศ จึงประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสกัดจับไว้ได้ทัน ล่าสุดช่วงเย็นที่ผ่านมา พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวนายต้อม ผู้ต้องหา ขึ้นเครื่องบินกลับมาสอบสวนดำเนินคดีได้แล้ว เนื่องจากติดเงื่อนไข ด้านการควบคุมตัวผู้ต้องหา จึงมีการเปลี่ยนแผนการเดินทาง โดยคาดว่าจะสามารถนำตัวผู้ต้องหากลับมาถึงกรุงเทพฯ ได้ในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) จับชายอ้างรู้จัก “ป.ป.ช.” เรียกรับเงิน 15 ล้านช่วยเหลือคดี “รองอธิบดีกรมฝนหลวง” "อนุทิน" ขับรถไฟฟ้า ช่วยประหยัดน้ำมัน ลดควันพิษ เจออีก 3 จุดกักตุนน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานจับมือ DSI จ่อดำเนินคดี
Go to News Site