Khaosodonline
การประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดแบบก้าวกระโดด 6 บาทต่อลิตร โดยเฉพาะดีเซลพุ่งจาก 33 เป็นเกือบ 39 บาท เมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา สร้างแรงกระแทกตรงไปยังค่าครองชีพของคนทั้งประเทศ ตั้งแต่รถ-เรือโดยสาร สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงต้นทุนภาคการผลิตทุกระดับ จุดชนวนความไม่พอใจของประชาชนให้ลุกลาม กลายเป็นวิกฤตศรัทธาต่อรัฐบาล “อนุทิน 2” ที่เพิ่งตั้งไข่ เสียงวิพากษ์จากนักการเมืองฝ่ายค้านสะท้อนชัดว่า การประกาศปรับราคาน้ำมันแบบช็อกความรู้สึกคนทั้งประเทศ มีขึ้นหลังปิดประชุมสภา ไม่ต่างอะไรจากการหลบเลี่ยงการตรวจสอบในช่วงเวลาที่ควรเปิดเผยที่สุด ความโปร่งใสที่ควรเป็นหลักในการบริหารประเทศ ถูกแทนที่ด้วยเงื่อนงำและความเร่งรีบ สร้างความคลางแคลงให้ประชาชนในสังคม รัฐบาลอ้างภาระกองทุนน้ำมัน และแรงกดดันจากราคาตลาดโลก แต่สิ่งที่สังคมสงสัยคือ เหตุใดภาระจึงตกอยู่กับประชาชน ขณะที่ภาคส่วนอื่นโดยเฉพาะโรงกลั่น ไม่ได้ร่วมแบกรับอย่างเป็นธรรม ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล นอกจากการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ก็คือการเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น เหตุผลเรื่องสกัดการกักตุน ด้วยการปรับราคาแรง 6 บาท ถูกมองว่า เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ และอาจยิ่งกระตุ้นพฤติกรรมกักตุนในระดับใหญ่ขึ้น เพราะผู้เล่นรายใหญ่มีศักยภาพในการถือครองและเก็งกำไรได้มากกว่าประชาชนทั่วไป ส่วนมาตรการช่วยเหลือ 5 กลุ่ม ที่รัฐบาลแถลง ไม่ว่ากลุ่มเปราะบาง ขนส่ง เกษตรกร-ประมง ผู้รับเหมางานภาครัฐ และภาคบริการ ไม่ชัดเจนว่าจะเริ่มได้เมื่อใด เข้าถึงอย่างไร […]
Go to News Site