Khaosodonline
ตลาดน้ำมันในปีไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสมการอุปสงค์–อุปทานแบบเดิมอีกต่อไป แม้ปริมาณการผลิตและการบริโภคยังคงมีบทบาทสำคัญ แต่การกำหนดราคาน้ำมันในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนมากขึ้นโดยคำถามที่ว่าใครเป็นผู้ควบคุมการเข้าถึงน้ำมัน เงื่อนไขเป็นอย่างไร และควบคุมได้นานแค่ไหน สิ่งที่เคยเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามสต็อกคงคลังและแนวโน้มการบริโภค ปัจจุบันกลับตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ การตัดสินใจระดับนโยบายของประเทศ และความเสี่ยงจากข่าวที่ส่งผลกระทบต่อตลาด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก่อตัวมาเป็นเวลาหลายปี แต่ปรากฏเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อ OPEC+ ได้ผนวกเอาการจัดการอุปทานอย่างมีระเบียบวินัยเข้ากับสภาพแวดล้อมของตลาดที่ครอบงำด้วยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาถูกควบคุมไว้ได้ ไม่ใช่เพราะมีมากเหลือเฟือ แต่เป็นเพราะการยับยั้งหรือควบคุม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่บังคับให้ต้องปรับราคาอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์คือตลาดน้ำมันตกอยู่ในภาวะชะงักงันระหว่างเสถียรภาพที่ถูกสร้างขึ้นและการผันผวนอย่างฉับพลัน จากสงครามส่วนแบ่งตลาดสู่การควบคุมการเข้าถึงตลาด แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ OPEC เปลี่ยนท่าที ช่วงปลายปี 2557 กลุ่ม OPEC เพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความนิยมของน้ำมัน Shale Oil ของสหรัฐฯ เพื่อทวงคืนส่วนแบ่งการตลาดที่สูญเสียไปให้กับผู้ผลิตของสหรัฐฯ กลยุทธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการชะลอตัวของอุปสงค์ในจีน และส่งผลให้ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบลดลงมากกว่าหนึ่งในสามในไตรมาสเดียว สถานการณ์ปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้เล่นรายใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย กำลังแข่งขันกันควบคุมตลาด ซึ่งไม่ใช่แค่การพิจารณาปริมาณการซื้อขายเพียงอย่างเดียว ทั้งมาตรการคว่ำบาตร ข้อยกเว้น กองเรือเงา และการกักตุนน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ได้กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ของตลาดแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่ในยูเครน และท่าทีที่เปลี่ยนไปของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อเรื่องน้ำมันเวเนซุเอลา ยิ่งเพิ่มปัญหาความฝืดเคืองอย่างมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก องค์ประกอบใหม่ได้ปรากฏขึ้นในเกมชิงอำนาจนี้ นั่นคือ น้ำมันดิบที่อยู่ภายใต้การควบคุม […]
Go to News Site